เด็กหลอดแก้ว IVF ทางเลือกสำหรับผู้มีบุตรยาก
เด็กหลอดแก้ว หรือ IVF (In-Vitro Fertilization) คือ วิธีเพิ่มโอกาสมีบุตรให้กับคู่สมรสที่กำลังเผชิญปัญหามีบุตรยาก การทำเด็กหลอดแก้วได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลายทั่วโลก เนื่องจากมีอัตราความสำเร็จที่สูงขึ้น ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ทำให้การทำ IVF มีราคามีความคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น และปลอดภัยตลอดกระบวนการตั้งครรภ์
SAFE Fertility Group ชวนคุณมาทำความรู้จักกับการทำเด็กหลอดแก้วกันให้มากยิ่งขึ้น ตั้งแต่เรื่องการเตรียมตัวก่อนทำเด็กหลอดแก้ว
เด็กหลอดแก้วคืออะไร?
เด็กหลอดแก้ว IVF ย่อมาจาก In-Vitro Fertilization คือ เทคโนโลยีสำหรับการช่วยเจริญพันธุ์ ผ่านการนำเซลล์ไข่และอสุจิมาผสมกัน ในห้องปฏิบัติการ เพื่อให้เกิดการปฏิสนธิเป็นตัวอ่อนที่มีความสมบูรณ์ หลังจากนั้นจึงค่อยนำกลับมาฉีดในโพรงมดลูก เพื่อให้ตัวอ่อนเกิดการฝังตัวเพื่อการตั้งครรภ์
เรื่องควรรู้ก่อนเตรียมตัวทำเด็กหลอดแก้ว
การเตรียมตัวก่อนทำเด็กหลอดแก้ว เมื่อคู่สมรสได้ปรึกษากับแพทย์ผู้มีประสบการณ์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ต้องเข้ารับการตรวจร่างกายอย่างละเอียดเพื่อเก็บข้อมูลสำหรับวิเคราะห์ และประเมินภาวะมีบุตรยาก โดยขั้นตอนเตรียมตัวก่อนทำเด็กหลอดแก้วทั้งฝ่ายชาย และฝ่ายหญิงสามารถปฏิบัติตามได้ ดังนี้
การเตรียมตัวสำหรับฝ่ายหญิง
- นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ อย่างน้อย 6-8 ชั่วโมงต่อวัน และทำจิตใจให้สงบ
- งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และการสูบบุหรี่อย่างน้อย 3 สัปดาห์ก่อนเริ่มการรักษา
- ควรรับประทานโปรตีน 1.5 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม เช่น หากมีมีน้ำหนัก 50 กิโลกรัม ควรได้รับโปรตีน 75 กรัมต่อวัน
- ดื่มน้ำเปล่าไม่ต่ำกว่า 1.5-2 ลิตร หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน
- ควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในสัดส่วนที่เหมาะสมตามค่าดัชนีมวลกาย (19-22) และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
- รับประทานวิตามินบำรุง เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการตั้งครรภ์ เช่น Folic, Vitamin D3, Vitamin C เป็นต้น
การเตรียมตัวสำหรับฝ่ายชาย
- งดหลั่งอสุจิอย่างน้อย 2 วัน แต่ไม่ควรเกิน 5 วันก่อนเก็บน้ำเชื้ออสุจิ เพื่อให้ได้คุณภาพน้ำเชื้อที่ดีที่สุด
- หลีกเลี่ยงการลงแช่น้ำอุ่นหรือการเข้าซาวน่าเพราะอาจทำให้การสร้างน้ำเชื้อลดลง
- สวมใส่กางเกงชั้นในที่สบาย ไม่รัดแน่นจนเกินไป
- งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และสูบบุหรี่ อย่างน้อย 3 สัปดาห์เพราะเป็นสาเหตุทำให้คุณภาพน้ำเชื้อลดลง
- ออกกำลังกายเบา ๆ อย่าง คาดิโอ, โยคะ, เวทเทรนนิ่ง งดการออกกำลังกายหนัก อย่างเช่น วิ่งมาราธอน, ปั่นจักรยาน เป็นต้น
- หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ก่อให้เกิดความเครียด พักผ่อนให้เพียงพอ
- รับประทานวิตามินบำรุง เช่น Zinc, Folic Acid เป็นต้น
ขั้นตอนการทำเด็กหลอดแก้ว
หลังจากตรวจสุขภาพ และได้รับการประเมินเบื้องต้นสำหรับวางแผนการรักษาจากแพทย์ผู้มีประสบการณ์ จะเริ่มเข้าสู่กระบวนการทำเด็กหลอดแก้ว ซึ่งมีด้วยกันทั้งหมด 4 ขั้นตอนหลัก ได้แก่ การกระตุ้นไข่, การเก็บไข่, การเพาะเลี้ยงตัวอ่อน และการย้ายตัวอ่อน โดยจะใช้เวลาประมาณ 4-6 สัปดาห์ด้วยกัน ซึ่งรายละเอียดแต่ละขั้นตอนมีดังนี้
การกระตุ้นไข่
กระตุ้นไข่เพื่อให้ได้ไข่ที่สมบูรณ์ โดยขนาดของถุงรังไข่ต้องมีขนาดอย่างน้อย 14 มิลลิเมตร ผ่านการฉีดฮอร์โมนกระตุ้นการเจริญของไข่ (FSH) ตามดุลพินิจของแพทย์ มีการติดตามโดยการตรวจวัดระดับฮอร์โมน การตรวจมดลูก รังไข่ และวัดขนาดถุงรังไข่เพื่อให้ได้ไข่ที่มีความพร้อมต่อการปฏิสนธิ
การเก็บไข่
ขั้นตอนการเก็บไข่ ใช้เวลา 15 - 30 นาที แพทย์จะใช้ยาสลบอ่อนๆเพื่อลดความไม่สบายตัว ทำการเก็บไข่ผ่านทางช่องคลอด หลังจากนั้นจะนำใข่ใส่ในหลอด เพื่อส่งต่อให้นักวิทยาศาสตร์เพาะเลี้ยงตัวอ่อน ในวันเดียวกัน จะมีการเก็บอสุจิของฝ่ายชายเช่นกัน โดยหากฝ่ายชายไม่สามารถเก็บอสุจิโดยธรรมชาติได้ จะมีการเก็บโดยตรงจากอัณฑะ (PESA/TESE) หลังจากนั้น นักวิทย์จะทำการคัดเลือกไข่และอสุจิที่สมบูรณ์ มาทำการปฏิสนธิในจานเพาะเลี้ยงเพื่อให้เกิดเป็นตัวอ่อนต่อไป
การเพาะเลี้ยงตัวอ่อน
สำหรับขั้นตอนทำเด็กหลอดแก้วถัดไป หลังจากไข่และอสุจิเกิดการปฏิสนธิในหลอดแก้วจนเป็นตัวอ่อนแล้ว จะดำเนินการเลี้ยงตัวอ่อนให้เจริญเติบโตถึงระยะบลาสโตซิสต์ (Blastocyst) เป็นระยะเวลา 5-6 วัน ในน้ำยาที่มีสารอาหารสำคัญ สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ที่ควบคุมโดยนักวิทยาศาสตร์เพาะเลี้ยงตัวอ่อน โดยที่ SAFE มีนักวิทยาศาตร์เพาะเลี้ยงตัวอ่อนที่ได้รับการรับรองจาก ESHRE มั่นใจได้ว่าตัวอ่อนจะอยู่ในการดูแลจากผู้ชำนาญการ ในมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล
การย้ายตัวอ่อน
การย้ายตัวอ่อนเข้าโพรงมดลูก มีวิธีการย้ายตัวอ่อน(Embryo transfer) อยู่ 2 วิธี
- การย้ายตัวอ่อนรอบสด (Fresh embryo transfer)
แพทย์จะทำการย้ายตัวอ่อนกลับเข้าสู่โพรงมดลูกทันที หลังจากที่ตัวอ่อนเจริญเติบโตถึงระยะบลาสโตซิส (Blastocyst) เพื่อให้เกิดการฝังตัวในผนังมดลูก พัฒนาเป็นการตั้งครรภ์ต่อไป - การย้ายตัวอ่อนรอบแช่แข็ง (Frozen embryo transfer)
เนื่องจากกระบวนการกระตุ้นไข่ จะแนะนำให้มดลูกได้พัก เพื่อเตรียมความพร้อมของผนังมดลูกให้สมบูรณ์ โดยแพทย์จะให้ยาปรับฮอร์โมนเอสโตรเจนเพื่อเสริมสร้างผนังมดลูก และโปรเจสเตอโรนเพื่อป้องกันไข่ตก อัลตราซาวด์เพื่อเช็คความพร้อมของผนังมดลูกว่ามีติ่งเนื้อหรือไม่ หากมีจะทำการตัดแต่ง เพื่อให้ได้ผนังมดลูกที่พร้อมสำหรับการตั้งครรภ์มากที่สุด
สำหรับขั้นตอนสุดท้ายของเด็กหลอดแก้ว จะใช้ระยะเวลา 15-30 นาที สำหรับย้ายตัวอ่อนเข้าสู่โพรงมดลูกของฝ่ายหญิง
ภาวะแทรกซ้อนหลังการทำเด็กหลอดแก้ว
ภายหลังเสร็จสิ้นกระบวนการทำเด็กหลอดแก้วแล้ว แพทย์จะแนะนำให้ผู้เข้ารับการรักษานอนพักประมาณ 1-2 ชั่วโมงหลังใส่ตัวอ่อน แล้วค่อยกลับบ้านได้ โดยภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นหลังทำเด็กหลอดแก้ว ได้แก่
- อาการเสียด ปวดท้องน้อย หรือท้องอืด เป็นผลมาจากการกระตุ้นรังไข่ให้มีขนาดใหญ่ขึ้นเพื่อเก็บไข่
- อาการเลือดออกในช่องท้อง
- อาการเครียด
- ภาวะแท้ง
- ภาวะติดเชื้อหลังการเก็บไข่
- การตั้งครรภ์แฝด เนื่องจากมีตัวอ่อนอยู่ในโพรงมดลูกมากกว่า 1 ตัว
ทั้งนี้ ผู้เข้ารับการรักษาทำเด็กหลอดแก้วอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับปัจจัยความเสี่ยง สุขภาพของร่างกาย และแนวทางป้องกันที่แพทย์ประเมินให้เหมาะสมกับคู่สมรสที่ประสบปัญหามีบุตรยากในแต่ละราย
ปัจจัยความสำเร็จของการทำเด็กหลอดแก้ว
การทำเด็กหลอดแก้วจะประสบความสำเร็จหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ ดังนี้
- ความพร้อมทางสภาพร่างกายของฝ่ายหญิง
- การตอบสนองของร่างกายต่อการกระตุ้นไข่
- อายุ ส่วนสูงและน้ำหนัก (ดัชนีมวลกาย) สำหรับผู้หญิงที่มีอายุน้อยกว่า 40 ปี ตัวอ่อนมีโอกาสรอดชีวิตสูง
- ความสมบูรณ์ของตัวอ่อน
- สาเหตุของภาวะมีบุตรยาก
- จำนวนรอบการทำเด็กหลอดแก้ว
เด็กหลอดแก้ว IVF เพิ่มความสําเร็จในการตั้งครรภ์
ปัจจุบันนี้เด็กหลอดแก้ว หรือ IVF เป็นกระบวนการทางการแพทย์ที่ใช้เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์มาช่วยเพิ่มโอกาสการมีบุตร ด้วยขั้นตอนที่ปลอดภัย ช่วยให้คู่รักที่มีบุตรยาก สามารถมีบุตรได้อย่างใจหวัง โดย SAFE เรามีมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับระดับสากล ด้วยเทคโนโลยี ทีมแพทย์ผู้ชำนาญการด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ นักวิทยาศาสตร์เพาะเลี้ยงตัวอ่อนที่ได้รับการรับรองจาก ESHRE ผู้ช่วยที่ดูแลคุณโดยเฉพาะ รวมถึงองค์ความรู้ของ SAFE กว่า 16 ปี
SAFE Fertility Group เราพร้อมให้คำปรึกษา ตั้งแต่การตรวจสุขภาพเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนมีบุตร ให้คำปรึกษาและบริการสำหรับผู้มีบุตรยาก เรามี IVF Center กระจายอยู่ตามจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญ โดย Bangkok IVF center ที่ ตึก เกษรอัมรินทร์ ชั้น 17, สาขารามอินทรา และต่างจังหวัดที่สำคัญอย่าง ศรีราชา (ชลบุรี), ขอนแก่น และภูเก็ต เพื่ออำนวยความสะดวกแก่คุณ