25.04.25

5 วิธีดูแลสุขภาพจิตของคู่รัก ช่วยเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์

5 วิธีดูแลสุขภาพจิตของคู่รัก ช่วยเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์

การมีลูกคือความฝันของหลายคู่รัก แต่เส้นทางสู่การตั้งครรภ์ไม่ได้ราบรื่นเสมอไป โดยเฉพาะเมื่อต้องเผชิญกับความคาดหวัง ความเครียด วิตกกังวล หรือแม้แต่แรงกดดันจากครอบครัวและสังคม ซึ่งสิ่งเหล่านี้สามารถส่งผลกระทบต่อทั้งร่างกายและจิตใจ ที่สำคัญคือ “ความเครียด” อาจกลายเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้โอกาสมีลูกยากขึ้น

งานวิจัยจำนวนมากชี้ให้เห็นว่า ความเครียดส่งผลต่อระบบสืบพันธุ์ของทั้งผู้หญิงและผู้ชาย โดยในผู้หญิง ความเครียดสามารถรบกวนการตกไข่ ทำให้วงจรฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง ไม่ตกไข่ตามปกติ หรือประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ ส่วนในผู้ชาย ความเครียดอาจลดคุณภาพและจำนวนของอสุจิลงอย่างมีนัยสำคัญ และยังมีผลต่อสมรรถภาพทางเพศโดยรวมอีกด้วย (อ้างอิงจาก American Society for Reproductive Medicine)

ดังนั้นครอบครัวที่อยากมีลูก ควรให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพจิตไม่แพ้การดูแลร่างกาย

วันนี้ SAFE Fertility Group ขอแนะนำ 5 วิธีง่าย ๆ ที่ช่วยลดความเครียด เสริมความสัมพันธ์ และเพิ่มโอกาสให้ความฝันของครอบครัวที่อยากมีลูกใกล้ความจริงมากขึ้น

1. เปิดใจพูดคุยกับคนรัก

การสื่อสารอย่างเปิดเผยคือหัวใจสำคัญของความสัมพันธ์ที่มั่นคง โดยเฉพาะเมื่อต้องเผชิญกับความคาดหวังที่อยากมีลูก และควมเครียดในการพยายามตั้งครรภ์ หลายคู่มักเก็บความรู้สึกไว้จนเกิดความเข้าใจผิดและความกดดันร่วมกัน

ลองหาเวลานั่งคุยถึงความรู้สึก ความคาดหวัง และความกลัวอย่างอ่อนโยน หลีกเลี่ยงการกล่าวโทษกัน และแทนที่ด้วยประโยคให้กำลังใจ เช่น “เราอยู่ในเรื่องนี้ด้วยกัน” หรือ “ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ฉันจะอยู่ข้างเธอ”

การพูดคุยแบบนี้ไม่เพียงช่วยลดความเครียด แต่ยังทำให้ทั้งสองฝ่ายรู้สึกมั่นคง ปลอดภัย และพร้อมเผชิญสถานการณ์ต่าง ๆ ไปด้วยกัน

2. ฝึกผ่อนคลายและจัดการความเครียด

การจัดการความเครียดอย่างเหมาะสมสามารถฟื้นฟูสมดุลฮอร์โมนในร่างกาย ช่วยส่งเสริมภาวะเจริญพันธุ์ได้ เช่น

  • ฝึกสมาธิ หรือโยคะ เพื่อช่วยให้จิตใจสงบ ฮอร์โมนความเครียดลดลง
  • เทคนิคหายใจลึก ๆ หายใจช้า ๆ เข้าออกอย่างมีสติประมาณ 5 นาทีต่อครั้ง จะช่วยปรับคลื่นสมองให้สงบขึ้น
  • เสียงบำบัด เสียงธรรมชาติ หรือดนตรีช้า ๆ ช่วยกระตุ้นสมองให้หลั่งสารเซโรโทนินและโดพามีน
  • กิจกรรมศิลปะหรืองานอดิเรกที่ชอบ เช่น การวาดภาพ เขียนบันทึก หรือปลูกต้นไม้ช่วยให้เราอยู่กับปัจจุบัน และผ่อนคลายจากความกังวลเรื่องการมีลูก

สำหรับใครที่อยากมีลูก ควรลองแบ่งเวลาวันละ 15-30 นาทีเพื่อฝึกกิจกรรมเหล่านี้ให้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน

3. ใส่ใจตัวเองทั้งกายและใจ

สุขภาพจิตและสุขภาพกายต้องไปพร้อมกัน ลองเริ่มจาก

  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เน้นโปรตีนดี เช่น ไข่ ปลา ถั่ว ธัญพืช ผักใบเขียว และผลไม้หลากสี
  • หลีกเลี่ยงของหวาน แอลกอฮอล์ คาเฟอีนเกินขนาด และอาหารแปรรูป
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ วันละ 30 นาที เช่น เดินเร็ว ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน หรือโยคะ
  • นอนหลับให้เพียงพอ อย่างน้อยวันละ 7-8 ชั่วโมง ช่วยให้ระบบฮอร์โมนทำงานได้ดี
  • พักใจจากโซเชียล เพราะบางครั้งภาพชีวิตของผู้อื่นอาจทำให้เรารู้สึกกดดันโดยไม่รู้ตัว

การดูแลตัวเองไม่ใช่แค่เพราะอยากมีลูก เพื่อให้ “มีลูกได้เร็วขึ้น” เท่านั้น แต่ยังช่วยเสริมพลังให้คุณรู้สึกมั่นคงกับตัวเอง และพร้อมสำหรับบทบาทพ่อแม่ในอนาคต

4. อย่าให้คำพูดคนอื่นมากดดัน

คำถามอย่าง “เมื่อไหร่จะมีลูก?” “แต่งงานนานแล้วยังไม่มี?” “ไม่อยากมีลูกหรอ?” อาจทำให้รู้สึกเจ็บลึก แม้ผู้พูดจะไม่ได้มีเจตนาไม่ดี

จำไว้ว่าคุณไม่จำเป็นต้องอธิบายชีวิตให้ใครฟัง คำตอบสั้น ๆ เช่น “กำลังวางแผนอยู่ค่ะ/ครับ” หรือ “เรายังไม่รีบ” ก็เพียงพอแล้ว

ลองซ้อมคำตอบไว้ล่วงหน้าเพื่อช่วยให้ไม่รู้สึกกดดันเมื่อถูกถาม และที่สำคัญที่สุด...อย่าให้คำพูดเหล่านั้นมาลดคุณค่าของคุณในฐานะคู่รัก อย่าลืมว่าเส้นทางของแต่ละคู่ไม่เหมือนกัน

5. ขอความช่วยเหลือจากผู้ชำนาญการ

หากคุณรู้สึกเครียด วิตกกังวล การพูดคุยกับทีมแพทย์ที่เข้าใจทั้งด้านร่างกายและอารมณ์ของผู้ที่อยากมีลูก เพื่อให้กระบวนการทางการแพทย์ราบรื่นขึ้น พร้อมดูแลใจของคุณควบคู่กันไป จะช่วยให้คุณรู้สึกมั่นใจและผ่อนคลายมากขึ้น

ทีมงานของเราพร้อมดูแลคุณอย่างรอบด้าน ไม่ใช่แค่ในกระบวนการทางการแพทย์เท่านั้น แต่ยังพร้อมเป็นที่ปรึกษาและผู้ให้กำลังใจในทุกช่วงเวลาสำคัญของการเดินทางสู่ความฝันในการมีลูก

สุขภาพจิตดี = โอกาสตั้งครรภ์ที่มากขึ้น

เมื่ออยากมีลูกหลายคนมักให้ความสำคัญกับอาหารเสริม ยาวิตามิน หรือวิธีทางการแพทย์มากมายเพื่อเพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์ แต่ลืมไปว่า “สุขภาพจิต” ก็เป็นองค์ประกอบที่ทรงพลังและส่งผลอย่างมากต่อระบบฮอร์โมนของร่างกาย

เมื่อจิตใจเครียด ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนความเครียด เช่น คอร์ติซอล (Cortisol) ออกมามากเกินไป ซึ่งมีผลรบกวนระบบฮอร์โมนทางเพศ เช่น เอสโตรเจน (Estrogen) และโปรเจสเตอโรน (Progesterone) ในผู้หญิง รวมถึงลดการสร้างเทสโทสเตอโรน (Testosterone) ในผู้ชาย ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นกลไกสำคัญในการมีบุตร

ในทางตรงกันข้าม หากคุณมีสุขภาพจิตที่ดี จะส่งเสริมการทำงานของฮอร์โมนอย่างสมดุล เพิ่มโอกาสให้การตกไข่เป็นไปตามรอบ ช่วยให้สเปิร์มมีคุณภาพดี และเพิ่มโอกาสของการฝังตัวของตัวอ่อนในมดลูก

ยิ่งไปกว่านั้น สุขภาพจิตที่ดียังช่วยให้คุณมีแรงใจในทุกด้านของชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการดูแลร่างกาย การออกกำลังกาย การพักผ่อน และการรักษาความสัมพันธ์ที่อบอุ่นกับคู่รัก ซึ่งเป็นพื้นฐานที่มั่นคงก่อนเข้าสู่บทบาทการเป็นพ่อแม่ในอนาคต

อย่าลืมว่า...การ “อยากมีลูก” ไม่ใช่เรื่องที่คุณต้องเผชิญคนเดียว

ความรู้สึกอยากมีลูกเป็นความปรารถนาที่เต็มไปด้วยความรัก ความหวัง และความเสียสละ และไม่ว่าคุณจะอยู่ในขั้นตอนไหนของการเดินทางนี้ ทุกความพยายามของคุณล้วนมีค่า อย่าเปรียบเทียบตัวเองกับใคร เพราะทุกเส้นทางมีจังหวะเวลาของตัวเอง

SAFE Fertility Group ขอเป็นกำลังใจให้ทุกครอบครัวที่กำลังเดินบนเส้นทางนี้

แหล่งอ้างอิงข้อมูล