10.02.25

เทคโนโลยี PGTseq-A คืออะไร? และทำไมจึงสำคัญสำหรับ IVF/ICSI

เทคโนโลยี PGTseq-A คืออะไร? และทำไมจึงสำคัญสำหรับ IVF/ICSI

ก่อนรู้จัก PGTseq-A ต้องเข้าใจว่า “PGT-A” คืออะไร?

PGT-A (Preimplantation Genetic Testing for Aneuploidy) เป็นเทคโนโลยีที่ใช้ในการตรวจคัดกรองความผิดปกติของจำนวนโครโมโซม (Aneuploidy) ในตัวอ่อนที่เกิดจากกระบวนการปฏิสนธินอกร่างกาย (IVF) ก่อนการย้ายตัวอ่อนกลับเข้าสู่โพรงมดลูก

ในปัจจุบัน เทคโนโลยีทางการแพทย์ได้พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้การตั้งครรภ์ด้วยวิธีทำเด็กหลอดแก้ว (IVF/ICSI) มีอัตราความสำเร็จที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง PGT-A เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีสำคัญที่มีบทบาทในการเพิ่มความสำเร็จของการทำเด็กหลอดแก้ว ทำให้อัตราการตั้งครรภ์สูงขึ้น ลดการแท้ง และลดการเกิดความผิดปกติหรือพิการแต่กำเนิดของทารกอันเกิดจากความผิดปกติของโครโมโซม และเทคโนโลยี PGTseq-A เป็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดที่มีความแม่นยำและมีประสิทธิภาพสูง สามารถเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ที่ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

เทคโนโลยี PGTseq-A คืออะไร? มีบทบาทสำคัญ และแตกต่างกับการตรวจ PGT-A แบบเดิมอย่างไรบ้าง?

ความผิดปกติของจำนวนโครโมโซมเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดภาวะแท้งบุตรหรือการฝังตัวที่ไม่สำเร็จ เทคโนโลยี PGT-A ช่วยให้คู่สมรสสามารถคัดเลือกตัวอ่อนที่มีจำนวนโครโมโซมปกติเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ที่ประสบความสำเร็จ ทั้งนี้การตรวจ PGT-A แบบเดิมยังคงมีข้อจำกัดในการตรวจความผิดปกติของโครโมโซมในตัวอ่อนหลายประการอันเนื่องมาจากข้อจำกัดทางด้านเทคโนโลยี “PGTseq-A” จึงถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อให้การตรวจมีความถูกต้องและละเอียดมากขึ้น ลดข้อจำกัดของการตรวจด้วยวิธีเดิมและเพิ่มความสามารถในการตรวจหาความผิดปกติได้มากขึ้น

PGTseq-A พัฒนาขึ้นจากเดิมอย่างไร?

PGTseq-A เป็นเทคโนโลยีการตรวจคัดกรองความผิดปกติของจำนวนโครโมโซมในตัวอ่อนที่พัฒนาขึ้นโดย Juno Genetics จากสหรัฐอเมริกา โดยใช้เทคนิค Targeted Next-Generation Sequencing (tNGS) ร่วมกับการวิเคราะห์ Single Nucleotide Polymorphism (SNP) ทำให้ได้ผลการตรวจที่มีความละเอียดขึ้น ซึ่งความโดดเด่นของเทคโนโลยีนี้คือ

  • เพิ่มประสิทธิภาพการวิเคราะห์โครโมโซมตัวอ่อนด้วยการอ่านข้อมูลถึง 10 ล้านครั้ง ทำให้สามารถตรวจความผิดปกติของโครโมโซมในตัวอ่อนได้ละเอียดยิ่งขึ้น ลดการสูญเสียตัวอ่อนเกินจำเป็น
  • ใช้การเพิ่มปริมาณ DNA ของตัวอ่อนแบบมุ่งเป้า (Targeted) เพื่อลดปัญหาผลลบลวงและผลบวกลวง
  • ใช้เทคโนโลยี SNP คัดกรองความผิดปกติของชุดโครโมโซมได้ทั้งชนิด 23 แท่ง และ 69 แท่ง
  • ตรวจวิเคราะห์การปนเปื้อนของสารพันธุกรรมอื่นที่ไม่ได้มาจากตัวอ่อน
  • สามารถตรวจความเป็นสัมพันธ์ระหว่างตัวอ่อนได้
  • เพิ่มโอกาสในการย้ายตัวอ่อนที่ปกติมากขึ้น ทำให้ตั้งครรภ์ประสบความสำเร็จและลดการแท้งซ้ำ

ด้วยความสามารถเหล่านี้ PGTseq-A จึงเป็นตัวช่วยสำคัญสำหรับว่าที่คุณพ่อ-คุณแม่ที่ทำ IVF/ICSI ในการคัดเลือกตัวอ่อนที่มีจำนวนโครโมโซมปกติ จากประสิทธิภาพในการอ่านผลที่ละเอียดมากขึ้น ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดข้อผิดพลาดของการแปลผล ลดความเสี่ยงของการแท้งบุตรและปัญหาสุขภาพในอนาคตได้

PGTseq-A ทำงานอย่างไร?

  1. การเก็บเซลล์ตัวอ่อน ตัวอ่อนที่เกิดจากการปฏิสนธิจะถูกเลี้ยงในห้องแล็บจนถึงระยะ บลาสโตซิสต์ (Blastocyst Stage) ซึ่งเป็นช่วงที่เหมาะสมที่สุดในการตรวจคัดกรอง
  2. การเก็บตัวอย่างเซลล์ นักวิทยาศาสตร์เพาะเลี้ยงตัวอ่อนจะสุ่มตัดเซลล์ขนาดเล็กจากตัวอ่อนในระยะนี้ เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อพัฒนาการของตัวอ่อน
  3. การตรวจหาความผิดปกติทางพันธุกรรม ตัวอย่างเซลล์จะถูกนำไปตรวจหาความผิดปกติของโครโมโซม เช่น การขาดหายหรือการเพิ่มขึ้นของโครโมโซม ซึ่งอาจส่งผลต่อการพัฒนาของตัวอ่อนและโอกาสในการตั้งครรภ์
  4. การวิเคราะห์ผล ด้วยเทคโนโลยี Targeted NGS และ SNPs ทำให้สามารถตรวจสอบจำนวนของโครโมโซมได้อย่างละเอียด เพื่อประเมินความสมบูรณ์ของโครโมโซมตัวอ่อนโดยแพทย์ก่อนการย้ายกลับเข้าสู่โพรงมดลูก

ความสำคัญของ PGTseq-A ในกระบวนการ IVF

  1. เพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์ที่ประสบความสำเร็จ
    ตัวอ่อนที่มีจำนวนโครโมโซมปกติจะมีโอกาสฝังตัวและพัฒนาเป็นทารก ทำให้การตั้งครรภ์สำเร็จมากขึ้นและช่วยลดความเสี่ยงต่อการแท้งจากความผิดปกติของโครโมโซมได้มากขึ้น
  2. ลดความเสี่ยงของโรคที่เกิดขึ้นจากความผิดปกติของจำนวนโครโมโซม
    เทคโนโลยี PGTseq-A สามารถตรวจพบความผิดปกติของโครโมโซม เช่น ดาวน์ซินโดรม ที่เกิดขึ้นจากการที่โครโมโซมคู่ที่ 21 เกินมา หรือความผิดปกติของโครโมโซมอื่นๆที่ส่งผลต่อการพัฒนาของทารกในครรภ์ได้
  3. เหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุมากหรือมีปัญหาทางการเจริญพันธุ์
    สำหรับคู่สมรสที่มีอายุมากกว่า 35 ปี หรือมีประวัติการแท้งบุตร PGTseq-A ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการเลือกตัวอ่อนที่แข็งแรงสมบูรณ์
  4. ลดเวลาและค่าใช้จ่ายในระยะยาว
    การตรวจคัดกรองตัวอ่อนช่วยลดความจำเป็นในการฝังตัวอ่อนหลายครั้ง ลดค่าใช้จ่ายและเวลาในกระบวนการ IVF/ICSI

PGTseq-A เหมาะกับใคร?

  • ผู้หญิงที่มีอายุมากกว่า 35 ปี
  • ผู้ที่เคยมีประวัติการแท้งบุตรซ้ำ ๆ
  • ผู้ที่มีปัญหาภาวะมีบุตรยากหรือเคยล้มเหลวจากการทำ IVF/ICSI หลายครั้ง

PGTseq-A ไม่เพียงช่วยลดความเสี่ยงในการตั้งครรภ์ แต่ยังเป็นตัวช่วยสำคัญที่เพิ่มโอกาสให้คู่สมรสได้เริ่มต้นครอบครัวที่สมบูรณ์และมั่นคง

  • ลดความเสี่ยง ของความผิดปกติทางโครโมโซมและการแท้งบุตร
  • เพิ่มโอกาส ในการตั้งครรภ์และการให้กำเนิดบุตรที่แข็งแรง
  • เป็นตัวช่วยสำคัญสำหรับการเริ่มต้นครอบครัวในฝัน

SAFE Fertility Group มีการใช้เทคโนโลยี PGTseq-A จาก Juno Genetics ประเทศสหรัฐอเมริกาในกระบวนการทำ IVF/ICSI เพียงที่เดียวในประเทศไทย โดยทีมแพทย์เฉพาะทางที่มีประสบการณ์ พร้อมให้คำปรึกษา ตั้งแต่การตรวจสุขภาพเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนมีบุตร ให้คำปรึกษาและบริการสำหรับผู้มีบุตรยาก เรามี IVF Center กระจายอยู่ตามจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญ ได้แก่ ตึกเกษรอัมรินทร์ ชั้น 17, สาขารามอินทรา และต่างจังหวัดที่สำคัญอย่าง ศรีราชา (ชลบุรี), ขอนแก่น และภูเก็ต เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ท่าน