11.06.67

IVF ข้อดี ข้อเสีย ของการทำเด็กหลอดแก้ว ที่ควรทราบและระมัดระวัง

IVF ข้อดี ข้อเสีย ของการทำเด็กหลอดแก้ว ที่ควรทราบและระมัดระวัง

ในปัจจุบัน ได้มีเทคนิคการแพทย์เกี่ยวกับภาวะผู้มีบุตรยากออกมามากมาย ทั้งการทำ IVF, ICSI และการฝากไข่ โดยแต่ละเทคนิคก็มีรายละเอียดและความเหมาะสมแตกต่างกัน ซึ่งเทคนิคที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากคือการทำ IVF ย่อมาจาก In Vitro Fertilization คือ เทคโนโลยีที่ช่วยให้ผู้มีบุตรยาก สามารถมีบุตรได้ในอัตราการประสบความสำเร็จที่สูงขึ้น

แต่อย่างไรก็ตาม ก่อนตัดสินใจทำ ควรศึกษารายละเอียดต่าง ๆ ของ เด็กหลอดแก้ว IVF ว่า มีข้อดี-ข้อเสียอะไรบ้าง เพราะข้อดี-ข้อเสียเหล่านี้ จะช่วยให้ผู้ที่ต้องการมีบุตร สามารถตัดสินใจได้อย่างถูกต้องเหมาะสมกับสถานการณ์และความต้องการของตัวเอง ด้วยการชั่งน้ำหนักข้อดี-ข้อเสีย เปรียบเทียบกับวิธีการรักษาอื่น ๆ อีกทั้งยังสามารถเตรียมตัวรับมือกับผลข้างเคียงทางร่างกายและจิตใจได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

ข้อดีของการทำ IVF ที่ควรรู้

 IVF คือ

ในการทำ IVF มีข้อดี-ข้อเสียหลายประการ โดยเริ่มจากข้อดีของการทำ IVF 5 ประการหลัก ๆ ได้แก่

1. สามารถตรวจโครโมโซมตัวอ่อนได้ในระหว่างกระบวนการทำ

ในระหว่างกระบวนการทำ IVF ด้วยเทคนิค ICSI แพทย์สามารถตรวจโครโมโซมตัวอ่อนได้ ซึ่งเทคนิคนี้จะช่วยคัดกรองตัวอ่อนที่มีความผิดปกติทางพันธุกรรมได้ เช่น ดาวน์ซินโดรม พาเทาซินโดรม เป็นการช่วยเพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์ทารกที่สมบูรณ์แข็งแรง และลดความเสี่ยงต่อการแท้งบุตร

2. เป็นการทำเด็กหลอดแก้วที่มีโอกาสสำเร็จสูงที่สุด

การทำ IVF ช่วยให้ผู้มีปัญหามีลูกยาก ได้มีโอกาสตั้งครรภ์สูงกว่าวิธีอื่นอย่างการฉีดเชื้ออสุจิ (IUI) โดยการทำ IVF เหมาะสำหรับผู้ที่มีภาวะมีบุตรยากเรื้อรัง หรือผู้หญิงที่มีอายุมาก แต่ทั้งนี้ อัตราความสำเร็จก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ เช่น อายุ, สุขภาพ, ไข่, อสุจิ, เทคนิคที่ใช้ และประสบการณ์ของแพทย์ โดยทั่วไป อัตราความสำเร็จอยู่ที่ 40-60%

3. ไม่จำเป็นต้องผ่าตัดระหว่างทำ

ในการทำ IVF ไม่จำเป็นต้องผ่าตัดเปิดแผล แต่แพทย์จะใช้เข็มดูดไข่ผ่านช่องคลอดโดยใช้คลื่นอัลตราซาวด์นำทาง นับว่าเป็นเทคนิคทางการแพทย์ที่มีความปลอดภัยสูง สะดวกรวดเร็ว และไม่เจ็บปวด จึงลดโอกาสเกิดผลข้างเคียงและความเสี่ยงต่าง ๆ เช่น การตกเลือด ติดเชื้อ

4. สามารถทำ IVF ได้แม้ทำหมันมาแล้ว

สำหรับผู้หญิงที่เคยทำหมันมาแล้ว แต่อยากมีบุตร ก็สามารถทำได้ ด้วยการทำเด็กหลอดแก้วได้ โดยมี 2 วิธีหลัก ๆ ดังนี้ (เขียนให้ชัดว่าทำหมัน หญิง )

  1. แก้หมัน โดยแพทย์จะผ่าตัดเพื่อต่อท่อนำไข่ที่ถูกตัดออก จะช่วยให้ผู้หญิงสามารถตั้งครรภ์ได้เอง โดยไม่ต้องทำ IVF เหมาะสำหรับผู้หญิงที่ต้องการมีลูก โดยไม่ต้องใช้วิธีการทางเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ แต่ก็ถือว่าเป็นเทคนิคทางการแพทย์ที่มีค่าใช้จ่ายและความเสี่ยงจากการผ่าตัด
  2. ทำเด็กหลอดแก้วโดยไม่ต้องแก้หมัน ซึ่งแพทย์จะใช้เทคนิค ICSI (Intracytoplasmic Sperm Injection) ฉีดอสุจิเข้าไปในไข่โดยตรง ซึ่งวิธีนี้ ไม่ต้องผ่าตัดแก้หมัน เหมาะสำหรับผู้หญิงที่ไม่ต้องการผ่าตัด หรือแก้หมันแล้วไม่สำเร็จ โดยมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าการแก้หมัน แต่มีโอกาสสำเร็จในการตั้งครรภ์สูง

ดังนั้น แม้ว่าจะเคยทำหมันมาก่อน ก็สามารถทำ IVF ได้เลย เพราะไม่ได้ใช้ท่อนำไข่ที่ถูกผ่าตัดออกไปหรือบริเวณที่เคยทำหมันมาก่อน

5. เก็บไข่และตัวอ่อนไว้ใช้ในอนาคต

ข้อดีอีกข้อของการทำ IVF คือ ผู้หญิงสามารถเก็บตัวอ่อนที่ได้จากการทำ IVF ไว้ใช้ในอนาคตได้ ช่วยให้ผู้หญิงสามารถมีลูกได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องอายุ เหมาะสำหรับผู้หญิงที่ต้องการวางแผนมีครอบครัวล่วงหน้า หรือผู้หญิงที่ต้องรักษาโรคมะเร็ง

ข้อดีของการทำ IVF ที่ควรรู้

นอกเหนือจากข้อดีของการทำ IVF แล้ว ก็ยังมีข้อเสียด้วยเช่นกัน ซึ่งผู้ที่ต้องการทำ IVF จำเป็นต้องทราบข้อเสีย เพื่อระมัดระวังหรือวางแผนเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการรับมือในสถานการณ์ต่าง ๆ เช่น

1. อาจจะได้รับผลแทรกซ้อนจากการทำ

การทำ IVF เป็นเทคนิคทางการแพทย์ที่อาจจะทำให้ได้รับผลแทรกซ้อนต่าง ๆ เช่น

  1. ผลข้างเคียงจากยากระตุ้นไข่ โดยมีอาการทั่วไป เช่น อารมณ์แปรปรวน, ปวดท้อง, คลื่นไส้, อ่อนเพลีย, ปวดศีรษะ, ท้องอืด, น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น, รู้สึกไวต่ออารมณ์, นอนไม่หลับ เป็นต้น
  2. ความเสี่ยงจากการเก็บไข่ ทำให้เกิดการปวดท้อง, เลือดออกทางช่องคลอด, อ่อนเพลีย, หน้ามืด, เลือดออกทางช่องคลอด, การบาดเจ็บต่ออวัยวะภายใน เป็นต้น

2. มีระยะเวลาการรักษาตัวที่นาน

การทำ IVF เป็นเทคนิคทางการแพทย์ที่ใช้ระยะเวลาในการทำค่อนข้างนาน เนื่องจากมีหลายขั้นตอน ได้แก่

  • การกระตุ้นไข่ ใช้เวลาประมาณ 10-14 วัน
  • การเก็บไข่ ใช้เวลาประมาณ 30 นาที-2 ชั่วโมง
  • การปฏิสนธิ ใช้เวลาประมาณ 4-6 ชั่วโมง
  • การเพาะเลี้ยงตัวอ่อน ใช้เวลาประมาณ 3-5 วัน
  • การย้ายตัวอ่อน ใช้เวลาประมาณ 30 นาที
  • รอผลการตั้งครรภ์ ใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์

โดยรวมแล้ว กระบวนการทำ IVF ทั้งหมดใช้เวลาประมาณ 1-2 เดือน ทั้งนี้ ยังขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ อีกด้วย เช่น อายุ, สุขภาพ, ภาวะมีบุตรยาก, เทคนิค และยาที่ใช้

3. มีค่าใช้จ่ายที่สูง

โดยเฉลี่ย ค่าใช้จ่ายในการทำ IVF ราคา 150,000-300,000 บาทต่อรอบ ทั้งนี้ IVF ราคาแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบต่าง ๆ เช่น

  • สถานพยาบาล โดยคลินิก/โรงพยาบาลเอกชนมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าคลินิก/โรงพยาบาลรัฐบาล รวมถึงเทคโนโลยีที่ใช้ แพทย์ ประสบการณ์ ชื่อเสียง สถานที่ ล้วนมีผลต่อค่าใช้จ่าย
  • เทคนิคที่ใช้ อย่างเทคนิค ICSI มีค่าใช้จ่ายสูงกว่า IVF ทั่วไป
  • ยาต่าง ๆ ที่ใช้ เช่น ยากระตุ้นไข่ ยาเตรียมตัวก่อนย้ายตัวอ่อน ยาอื่น ๆ
  • ค่าตรวจเลือด ตรวจอัลตราซาวนด์ ตรวจสุขภาพ
  • ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เช่น ค่าเก็บไข่ ค่าเก็บตัวอ่อน ค่าธรรมเนียมต่าง ๆ

4. อาจคลอดทารกก่อนกำหนดได้

ทารกที่เกิดจากการทำ IVF มีโอกาสคลอดก่อนกำหนด (Preterm Birth) มากกว่าทารกทั่วไป ประมาณ 2 เท่า เนื่องจากหลาย ๆ สาเหตุ ได้แก่

  • การทำ IVF มีโอกาสตั้งครรภ์แฝดมากกว่าการตั้งครรภ์ตามธรรมชาติ ทารกแฝดมีโอกาสคลอดก่อนกำหนดสูง
  • เกิดภาวะแทรกซ้อนจากการรักษา ด้วยยากระตุ้นไข่ การเก็บไข่ การย้ายตัวอ่อน ล้วนมีความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน
  • สุขภาพของผู้หญิง โดยผู้หญิงที่มีอายุมาก สุขภาพไม่แข็งแรง มีโรคประจำตัว มีความเสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนด

ความเสี่ยงในการทำเด็กหลอดแก้ว IVF

 การทำ IVF

เนื่องจากการทำเด็กหลอดแก้วหรือ IVF มีหลายขั้นตอน ซึ่งมีความซับซ้อน และมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคแทรกซ้อน ดังนั้น ควรศึกษาข้อมูล ปรึกษาแพทย์ เพื่อตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง เหมาะสมกับสถานการณ์และความต้องการของตัวเอง โดยสามารถแบ่งความเสี่ยงออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่

  1. ผลข้างเคียงจากยากระตุ้นไข่ จนอาจจะทำให้เกิดภาวะรังไข่ถูกกระตุ้นมากเกินไป (OHSS) ได้
  2. ความเสี่ยงจากการเก็บไข่ จนทำให้เกิดการตกเลือด ติดเชื้อ และบาดเจ็บต่ออวัยวะภายในได้
  3. ความเสี่ยงต่อทารก เช่น คลอดก่อนกำหนด ความผิดปกติทางพันธุกรรม
  4. ความเสี่ยงอื่น ๆ เช่น การตั้งครรภ์นอกมดลูก, การแท้งบุตร, ภาวะรกเกาะต่ำ, ภาวะครรภ์เป็นพิษ เป็นต้น

สรุปเกี่ยวกับภาพรวมข้อดีและข้อเสียของการทำ IVF

ในการทำเด็กหลอดแก้วหรือ IVF เป็นเทคนิคทางการแพทย์ที่มีหลายขั้นตอนและมีความซับซ้อน ซึ่ง IVF ล้วนแต่มีทั้งข้อดีและข้อเสีย โดยมีข้อดี คือ สามารถตรวจโครโมโซมตัวอ่อนในระหว่างกระบวนการทำ IVF ได้ ช่วยให้มีบุตรได้โดยไม่ต้องผ่าตัดห อีกทั้งยังสามารถเก็บไข่และตัวอ่อนไว้ใช้ในอนาคตได้

การทำ IVF ถือว่าเป็นเทคนิคที่มีโอกาสประสบความสำเร็จสูง แต่ก็มีข้อเสีย คือ ค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง อาจจะส่งผลแทรกซ้อนได้ ใช้ระยะเวลาในการทำค่อนข้างนานประมาณ 1-2 เดือน และมีโอกาสเสี่ยงว่า ทารกอาจจะคลอดก่อนกำหนด

ดังนั้น ด้วยข้อดีและข้อเสียของ IVF ดังกล่าว ส่งผลให้ผู้ที่สนใจจะทำ IVF ควรศึกษาข้อมูลให้ดี ด้วยค่าใช้จ่ายในการทำ IVF ราคา 150,000-300,000 บาทต่อรอบ ซึ่งค่อนข้างสูง การเลือกสถานพยาบาลที่มีประสบการณ์ และทีมงานคุณภาพจึงเป็นสิ่งสำคัญ อย่าง SAFE Fertility Group คลินิกรักษาผู้มีบุตรยากแบบครบวงจร ซึ่งได้รับมาตรฐานระดับสากล ด้วยประสบการณ์มากว่า 15 ปี ช่วยให้ทุกคนสามารถทำ IVF ได้อย่างราบรื่นและประสบความสำเร็จ หากสนใจสามารถติดต่อสอบถามได้หลากหลายช่องทาง