การตรวจคัดกรองความผิดปกติของโครโมโซมในตัวอ่อนคืออะไร?


การตรวจคัดกรองโครโมโซมตัวอ่อน เพื่อดูว่าตัวอ่อนมีจำนวนโครโมโซมครบถ้วนหรือไม่ ก่อนที่จะเลือกตัวอ่อนนั้นย้ายกลับสู่โพรงมดลูก ตัวอ่อนที่มีจำนวนโครโมโซมครบ 46 แท่ง เรียกว่า Euploid Embryo จะมีโอกาสฝังตัวในผนังมดลูกและตั้งครรภ์ได้สำเร็จสูงกว่าตัวอ่อนที่มีโครโมโซมผิดปกติ ซึ่งเรียกว่า Aneuploid Embryo ตัวอ่อนที่มีโครโมโซมผิดปกติหมายถึงมีจำนวนโครโมโซมขาดหรือเกินจากปกติ ส่งผลให้การทำ IVF ล้มเหลว เพิ่มความเสี่ยงในการแท้งบุตร หรืออาจจะก่อนให้เกิดความพิการแต่กำเนิดได้ เช่น ภาวะดาวน์ซินโดรม ที่เกิดจากการมีโครโมโซมคู่ที่ 21 เกินมาเป็น 3 แท่ง
การตรวจคัดกรองโครโมโซมตัวอ่อนจึงมีส่วนสำคัญในกระบวนการ IVF/ICSI ดังนี้
- คัดเลือกตัวอ่อนที่แข็งแรงที่สุด เพิ่มโอกาสในการฝังตัวและลดการแท้งในระยะเริ่มต้น
- ช่วยลดจำนวนรอบในการทำ IVF ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย
- เพิ่มโอกาสในการมีบุตรที่แข็งแรง
- ลดความเสี่ยงการเกิดความผิดปกติที่เกิดจากโครโมโซมที่ผิดปกติในอนาคต
การตรวจโครโมโซมตัวอ่อน PGTseq-A คือ เทคโนโลยีการตรวจคัดกรองความผิดปกติของจำนวนโครโมโซมในตัวอ่อนที่พัฒนาขึ้นโดย Juno Genetics จากสหรัฐอเมริกา โดยใช้เทคนิค Targeted Next-Generation Sequencing (tNGS) ร่วมกับการวิเคราะห์ Single Nucleotide Polymorphism (SNP) ทำให้ได้ผลการตรวจที่ถูกต้องแม่นยำและมีความละเอียดมากขึ้น

“PGTseq-A ผสานเทคโนโลยี Targeted NGS และ SNP
เพิ่มความละเอียด รู้ทันความผิดปกติของโครโมโซม เพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์ได้มากขึ้น”
ด้วยการผสมผสานข้อมูลจาก CNV และ SNP พร้อมประสิทธิภาพในการอ่านข้อมูลถึง 10 ล้านครั้ง สามารถตรวจคัดกรองโครโมโซมตัวอ่อนที่ขาดหรือเกินได้ครอบคลุมทั้ง 23 คู่และสามารถตรวจการขาดหรือเกินของโครโมโซมขนาดเล็กได้
การเพิ่มปริมาณสารพันธุกรรม (DNA) ของตัวอ่อนแบบมุ่งเป้า (Targeted) ทำให้ได้สารพันธุกรรมที่มีคุณภาพ ลดความเสี่ยงจากความคลาดเคลื่อนที่อาจเกิดจากการใช้ Whole Genome Amplification (WGA) และทำให้ผลการตรวจมีความถูกต้องมากขึ้น ลดการสูญเสียตัวอ่อน
เนื่องจาก PGTseq-A ใช้ข้อมูล SNPs ในการตรวจวิเคราะห์ร่วมด้วยจึงสามารถรายงานความผิดปกติของตัวอ่อนที่มีการปะปนกันของเซลล์มากกว่าหนึ่งแบบ (Mosaic) ได้อย่างแม่นยำเพื่อการคัดเลือกตัวอ่อนที่เหมาะสมซึ่งเป็นหนึ่งในข้อกังวลสำหรับผู้ที่ตรวจโครโมโซมตัวอ่อน
สามารถตรวจพบการปนเปื้อนของสารพันธุกรรมที่แปลกปลอมจากแหล่งอื่น (DNA Contamination) เพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลที่ได้มีความถูกต้องและเป็นผลที่แท้จริงของตัวอ่อน
เพื่อตรวจสอบว่าการปฏิสนธิเป็นตัวอ่อนที่สมบูรณ์หรือไม่โดยใช้การตรวจสอบทางด้านพันธุรรมที่มีประสิทธิภาพมากกว่าการตรวจสอบนิวเคลียสของตัวอ่อน (PN) แบบเดิมด้วยการดูใต้กล้องจุลทรรศน์ซึ่งมีความสำคัญในการคัดเลือกตัวอ่อนในการย้ายกลับสู่โพรงมดลูกได้อย่างถูกต้องเพื่อเพิ่มโอกาสในการฝังตัวและตั้งครรภ์ที่สูงขึ้น
ด้วยข้อมูล DNA Fingerprinting ซึ่งเป็นการตรวจสอบความสัมพันธ์ของตัวอ่อน (Sibling Check) ว่ามีความเกี่ยวข้องกันทางพันธุกรรมกันหรือไม่ ซึ่งเป็นการตรวจสอบสำคัญในการลดความความผิดพลาดของการทำเด็กหลอดแก้ว (ICSI/IVF)
ความผิดปกติของจำนวนชุดโครโมโซม อาจพบได้น้อยแต่มีความซับซ้อนในการตรวจวิเคราะห์ เช่น ตัวอ่อนที่มีโครโมโซม 3 ชุด (Triploidy) หรือโครโมโซมเพียงชุดเดียว (Haploidy) ซึ่งอาจไม่สามารถพัฒนาไปเป็นการตั้งครรภ์ที่สมบูรณ์ได้ PGTseq-A ที่ใช้ SNP ในการตรวจวิเคราะห์ร่วมด้วยทำให้สามารถตรวจพบความผิดปกติในลักษณะดังกล่าวได้อย่างถูกต้องแม่นยำ
ทราบผลการตรวจภายในหนึ่งสัปดาห์ทำให้การวางแผนการรักษามีความต่อเนื่องและมีประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น

PGTseq-A (Targeted NGS + SNP) VS PGT-A (Other Platform)
จากกราฟข้อมูลในงานวิจัยที่แสดงผลเปรียบเทียบประสิทธิภาพของ PGTseq-A เทียบกับ PGT-A (Other Platform) ทั่วไปพบว่า
- PGTseq-A มีอัตราการพบความผิดปกติของจำนวนโครโมโซม (Aneuploidy) ในตัวอ่อน “ต่ำกว่า” การตรวจโครโมโซมตัวอ่อนด้วยเทคนิค PGT-A (Other Platform)
- อัตราความสำเร็จของในการตั้งครรภ์ รวมถึงอัตราความสำเร็จของการตั้งครรภ์ต่อรอบการย้ายตัวอ่อนของ PGTseq-A “สูงกว่า” PGT-A (Other Platform)
- PGTseq-A มีอัตราการแท้งที่ “ต่ำกว่า” PGT-A (Other Platform)
เนื่องจาก PGTseq-A สามารถคัดเลือกตัวอ่อนได้อย่างถูกต้องแม่นยำมากกว่า PGT-A อื่นๆ จึงช่วยให้คู่สมรสมีโอกาสประสบความสำเร็จในการตั้งครรภ์ได้มากขึ้นและลดการสูญเสียตัวอ่อนโดยไม่จำเป็น
@safefertilitygroup ทำ ICSI/IVF แล้วน้องไม่ไปต่อ การตรวจ PGTSeq-A ช่วยคุณได้ ตรวจเช็ค เพื่อได้ตัวอ่อนที่แข็งแรง คือความคุ้มค่าที่ไม่ควรพลาดนะคะ #ตัวอ่อนไม่ไปต่อ #ICSI #ICSIJourney #IVF #SAFEFertilityGroup ♬ original sound - SAFE Fertility Group


ระยะ Blastocyst ถือเป็นช่วงที่เหมาะสมที่สุดในการตรวจโครโมโซมตัวอ่อน นักวิทยาศาสตร์เพาะเลี้ยงตัวอ่อนจะทำการเก็บเซลล์บางส่วนจากตัวอ่อนเพื่อทำการตรวจวิเคราะห์ โดยขั้นตอนนี้มีความปลอดภัยไม่กระทบต่อการพัฒนาของตัวอ่อน
ตัวอย่างเซลล์ตัวอ่อนจะถูกส่งไปทำการตรวจวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการโดยใช้เทคนิค Targeted NGS ร่วมกับ SNP ทำให้สามารถตรวจสอบความสมบูรณ์ของโครโมโซมทั้ง 23 คู่ได้อย่างละเอียด เช่น ตรวจว่ามีโครโมโซมเกิน หรือขาด หรือผิดปกติใด ๆ ที่อาจส่งผลต่อการฝังตัว พัฒนาการของทารก และการตั้งครรภ์
ผลการตรวจโครโมโซมตัวอ่อนจะถูกจัดทำเป็นรายงานอย่างละเอียด เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจเลือกตัวอ่อนที่เหมาะสมที่สุดในการย้ายกลับเข้าสู่โพรงมดลูก
หากผลตรวจโครโมโซมตัวอ่อนพบว่าตัวอ่อนมีความสมบูรณ์ ทีมแพทย์จะดำเนินการย้ายตัวอ่อนเข้าสู่โพรงมดลูก ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญในการเริ่มต้นการตั้งครรภ์ PGTseq-A จึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์ที่ปลอดภัย และลดความเสี่ยงจากการแท้งหรือการฝังตัวไม่สำเร็จ
- ผู้หญิงที่มีอายุมากกว่า 35 ปี
- ผู้ที่เคยมีประวัติการแท้งบุตรซ้ำ ๆ
- ผู้ที่ต้องการตั้งครรภ์ด้วย IVF/ICSI
- ผู้ที่มีปัญหาภาวะมีบุตรยากหรือเคยล้มเหลวจากการทำ IVF/ICSI หลายครั้ง

ตรวจโครโมโซมตัวอ่อน PGTseq-A ที่ Safe Fertility Group
Safe Fertility Group คลินิกรักษาผู้มีบุตรยากประสบการณ์กว่า 18 ปี นำทีมโดยแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์เจริญพันธุ์ นักวิทยาศาสตร์เพาะเลี้ยงตัวอ่อน พร้อมด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย และห้องปฏิบัติการที่ได้รับมาตรฐาน เพิ่มความพร้อมในการตรวจวินิจฉัยและรักษาผู้ที่มีภาวะบุตรยากด้วยการทำเด็กหลอดแก้ว IVF / ICSI ผ่านการตรวจโครโมโซมตัวอ่อน PGTseq-A พร้อมด้วยการบริการและการดูแลอย่างใกล้ชิดในทุกขั้นตอนจากทีมผู้ช่วยส่วนตัว เพื่อให้ได้ตัวอ่อนมีความสมบูรณ์ แข็งแรง และสามารถตั้งครรภ์ได้อย่างมีคุณภาพ เติมเต็มความฝันในทุกครอบครัว