การตรวจคัดกรองความผิดปกติของโครโมโซมในตัวอ่อนคืออะไร?

การตรวจโครโมโซมตัวอ่อน ก่อนย้ายเข้าสู่โพรงมดลูก เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มอัตราความสำเร็จในการตั้งครรภ์ในกระบวนการ IVF/ICSI ด้วยความสามารถในการคัดเลือกตัวอ่อนที่มีโครโมโซมสมบูรณ์และแข็งแรง ครบทั้ง 23 คู่ ประกอบด้วย โครโมโซมร่างกาย 22 คู่ และ โครโมโซมเพศ (X และ Y) ซึ่งหากเกิดความผิดปกติด้านจำนวนโครโมโซมในตัวอ่อนจะเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ส่งผลให้การตั้งครรภ์ไม่สำเร็จหรือก่อให้เกิดความพิการแต่กำเนิดได้
ตรวจโครโมโซมตัวอ่อน ด้วยเทคโนโลยี PGTSeq-A จากประเทศประเทศสหรัฐอเมริกา
การตรวจโครโมโซมตัวอ่อนที่เป็นที่นิยมในปัจจุบัน คือ PGT-A (Preimplantation Genetic Testing for Aneuploidy) เป็นเทคโนโลยีที่ใช้ในการตรวจคัดกรองความผิดปกติของจำนวนโครโมโซม (Aneuploidy) ในตัวอ่อนที่เกิดจากกระบวนการปฏิสนธินอกร่างกาย (IVF) ก่อนการย้ายตัวอ่อนกลับเข้าสู่โพรงมดลูก ที่มีบทบาทสำคัญในการเพิ่มอัตราความสำเร็จของการทำเด็กหลอดแก้ว ลดการแท้ง และลดการเกิดความผิดปกติหรือพิการแต่กำเนิดของทารกอันเกิดจากความผิดปกติของโครโมโซม ทั้งนี้การตรวจ PGT-A ได้รับการพัฒนาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความถูกต้องในการตรวจวิเคราะห์ความผิดปกติของโครโมโซมตัวอ่อนที่มากขึ้น ภายใต้ชื่อ “PGTseq-A” ที่จะช่วยลดข้อจำกัดของการตรวจด้วยวิธีเดิมและเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจหาความผิดปกติได้มากขึ้น
ทำไมต้องตรวจโครโมโซมตัวอ่อน?

การตรวจคัดกรองโครโมโซมตัวอ่อน เพื่อดูว่าตัวอ่อนมีจำนวนโครโมโซมครบถ้วนหรือไม่ ก่อนที่จะเลือกตัวอ่อนนั้นย้ายกลับสู่โพรงมดลูก ตัวอ่อนที่มีจำนวนโครโมโซมครบ 46 แท่ง เรียกว่า Euploid Embryo จะมีโอกาสฝังตัวในผนังมดลูกและตั้งครรภ์ได้สำเร็จสูงกว่าตัวอ่อนที่มีโครโมโซมผิดปกติ ซึ่งเรียกว่า Aneuploid Embryo ตัวอ่อนที่มีโครโมโซมผิดปกติหมายถึงมีจำนวนโครโมโซมขาดหรือเกินจากปกติ ส่งผลให้การทำ IVF ล้มเหลว เพิ่มความเสี่ยงในการแท้งบุตร หรืออาจจะก่อนให้เกิดความพิการแต่กำเนิดได้ เช่น ภาวะดาวน์ซินโดรม ที่เกิดจากการมีโครโมโซมคู่ที่ 21 เกินมาเป็น 3 แท่ง

การตรวจคัดกรองโครโมโซมตัวอ่อนจึงมีส่วนสำคัญในกระบวนการ IVF/ICSI ดังนี้

  • คัดเลือกตัวอ่อนที่แข็งแรงที่สุด เพิ่มโอกาสในการฝังตัวและลดการแท้งในระยะเริ่มต้น
  • ช่วยลดจำนวนรอบในการทำ IVF ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย
  • เพิ่มโอกาสในการมีบุตรที่แข็งแรง
  • ลดความเสี่ยงการเกิดความผิดปกติที่เกิดจากโครโมโซมที่ผิดปกติในอนาคต
PGTseq-A คืออะไร? พัฒนาขึ้นจาก PGT-A แบบเดิมอย่างไร?

การตรวจโครโมโซมตัวอ่อน PGTseq-A คือ เทคโนโลยีการตรวจคัดกรองความผิดปกติของจำนวนโครโมโซมในตัวอ่อนที่พัฒนาขึ้นโดย Juno Genetics จากสหรัฐอเมริกา โดยใช้เทคนิค Targeted Next-Generation Sequencing (tNGS) ร่วมกับการวิเคราะห์ Single Nucleotide Polymorphism (SNP) ทำให้ได้ผลการตรวจที่ถูกต้องแม่นยำและมีความละเอียดมากขึ้น

ทำไมต้องเลือก PGTseq-A?

“PGTseq-A ผสานเทคโนโลยี Targeted NGS และ SNP
เพิ่มความละเอียด รู้ทันความผิดปกติของโครโมโซม เพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์ได้มากขึ้น”

เพิ่มความละเอียดในการตรวจโครโมโซมตัวอ่อน

ด้วยการผสมผสานข้อมูลจาก CNV และ SNP พร้อมประสิทธิภาพในการอ่านข้อมูลถึง 10 ล้านครั้ง สามารถตรวจคัดกรองโครโมโซมตัวอ่อนที่ขาดหรือเกินได้ครอบคลุมทั้ง 23 คู่และสามารถตรวจการขาดหรือเกินของโครโมโซมขนาดเล็กได้

ลดการสูญเสียตัวอ่อน

การเพิ่มปริมาณสารพันธุกรรม (DNA) ของตัวอ่อนแบบมุ่งเป้า (Targeted) ทำให้ได้สารพันธุกรรมที่มีคุณภาพ ลดความเสี่ยงจากความคลาดเคลื่อนที่อาจเกิดจากการใช้ Whole Genome Amplification (WGA) และทำให้ผลการตรวจมีความถูกต้องมากขึ้น ลดการสูญเสียตัวอ่อน

รายงานความผิดปกติของโครโมโซมชนิด Mosaicism ได้อย่างถูกต้อง

เนื่องจาก PGTseq-A ใช้ข้อมูล SNPs ในการตรวจวิเคราะห์ร่วมด้วยจึงสามารถรายงานความผิดปกติของตัวอ่อนที่มีการปะปนกันของเซลล์มากกว่าหนึ่งแบบ (Mosaic) ได้อย่างแม่นยำเพื่อการคัดเลือกตัวอ่อนที่เหมาะสมซึ่งเป็นหนึ่งในข้อกังวลสำหรับผู้ที่ตรวจโครโมโซมตัวอ่อน

ป้องกันการแปลผลคลาดเคลื่อนจากการปะปนสารพันธุกรรมจากแหล่งอื่น

สามารถตรวจพบการปนเปื้อนของสารพันธุกรรมที่แปลกปลอมจากแหล่งอื่น (DNA Contamination) เพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลที่ได้มีความถูกต้องและเป็นผลที่แท้จริงของตัวอ่อน

วิเคราะห์ความสมบูรณ์ในการปฏิสนธิของตัวอ่อน (Genetic PN Check) ได้ถึงระดับพันธุกรรม

เพื่อตรวจสอบว่าการปฏิสนธิเป็นตัวอ่อนที่สมบูรณ์หรือไม่โดยใช้การตรวจสอบทางด้านพันธุรรมที่มีประสิทธิภาพมากกว่าการตรวจสอบนิวเคลียสของตัวอ่อน (PN) แบบเดิมด้วยการดูใต้กล้องจุลทรรศน์ซึ่งมีความสำคัญในการคัดเลือกตัวอ่อนในการย้ายกลับสู่โพรงมดลูกได้อย่างถูกต้องเพื่อเพิ่มโอกาสในการฝังตัวและตั้งครรภ์ที่สูงขึ้น

ยืนยันความถูกต้องของตัวอย่างอีกขั้น

ด้วยข้อมูล DNA Fingerprinting ซึ่งเป็นการตรวจสอบความสัมพันธ์ของตัวอ่อน (Sibling Check) ว่ามีความเกี่ยวข้องกันทางพันธุกรรมกันหรือไม่ ซึ่งเป็นการตรวจสอบสำคัญในการลดความความผิดพลาดของการทำเด็กหลอดแก้ว (ICSI/IVF)

ตรวจพบความผิดปกติของโครโมโซมในรูปแบบอื่น ๆ ที่หาได้ยาก

ความผิดปกติของจำนวนชุดโครโมโซม อาจพบได้น้อยแต่มีความซับซ้อนในการตรวจวิเคราะห์ เช่น ตัวอ่อนที่มีโครโมโซม 3 ชุด (Triploidy) หรือโครโมโซมเพียงชุดเดียว (Haploidy) ซึ่งอาจไม่สามารถพัฒนาไปเป็นการตั้งครรภ์ที่สมบูรณ์ได้ PGTseq-A ที่ใช้ SNP ในการตรวจวิเคราะห์ร่วมด้วยทำให้สามารถตรวจพบความผิดปกติในลักษณะดังกล่าวได้อย่างถูกต้องแม่นยำ

ทราบผลการตรวจได้อย่างรวดเร็ว

ทราบผลการตรวจภายในหนึ่งสัปดาห์ทำให้การวางแผนการรักษามีความต่อเนื่องและมีประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น

เทคโนโลยีที่ก้าวหน้า มาพร้อมอัตราความสำเร็จที่เพิ่มขึ้น
PGTseq-A (Targeted NGS + SNP) VS PGT-A (Other Platform)

จากกราฟข้อมูลในงานวิจัยที่แสดงผลเปรียบเทียบประสิทธิภาพของ PGTseq-A เทียบกับ PGT-A (Other Platform) ทั่วไปพบว่า

  • PGTseq-A มีอัตราการพบความผิดปกติของจำนวนโครโมโซม (Aneuploidy) ในตัวอ่อน “ต่ำกว่า” การตรวจโครโมโซมตัวอ่อนด้วยเทคนิค PGT-A (Other Platform)
  • อัตราความสำเร็จของในการตั้งครรภ์ รวมถึงอัตราความสำเร็จของการตั้งครรภ์ต่อรอบการย้ายตัวอ่อนของ PGTseq-A “สูงกว่า” PGT-A (Other Platform)
  • PGTseq-A มีอัตราการแท้งที่ “ต่ำกว่า” PGT-A (Other Platform)

เนื่องจาก PGTseq-A สามารถคัดเลือกตัวอ่อนได้อย่างถูกต้องแม่นยำมากกว่า PGT-A อื่นๆ จึงช่วยให้คู่สมรสมีโอกาสประสบความสำเร็จในการตั้งครรภ์ได้มากขึ้นและลดการสูญเสียตัวอ่อนโดยไม่จำเป็น

@safefertilitygroup ทำ ICSI/IVF แล้วน้องไม่ไปต่อ การตรวจ PGTSeq-A ช่วยคุณได้ ตรวจเช็ค เพื่อได้ตัวอ่อนที่แข็งแรง คือความคุ้มค่าที่ไม่ควรพลาดนะคะ #ตัวอ่อนไม่ไปต่อ #ICSI #ICSIJourney #IVF #SAFEFertilityGroup ♬ original sound - SAFE Fertility Group
PGTseq-A ทำงานอย่างไร?
ขั้นตอนที่ 1: เก็บตัวอย่างเซลล์ตัวอ่อนในระยะ Blastocyst (วันที่ 5-7)

ระยะ Blastocyst ถือเป็นช่วงที่เหมาะสมที่สุดในการตรวจโครโมโซมตัวอ่อน นักวิทยาศาสตร์เพาะเลี้ยงตัวอ่อนจะทำการเก็บเซลล์บางส่วนจากตัวอ่อนเพื่อทำการตรวจวิเคราะห์ โดยขั้นตอนนี้มีความปลอดภัยไม่กระทบต่อการพัฒนาของตัวอ่อน

ขั้นตอนที่ 2: วิเคราะห์ความผิดปกติของโครโมโซมในตัวอ่อน

ตัวอย่างเซลล์ตัวอ่อนจะถูกส่งไปทำการตรวจวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการโดยใช้เทคนิค Targeted NGS ร่วมกับ SNP ทำให้สามารถตรวจสอบความสมบูรณ์ของโครโมโซมทั้ง 23 คู่ได้อย่างละเอียด เช่น ตรวจว่ามีโครโมโซมเกิน หรือขาด หรือผิดปกติใด ๆ ที่อาจส่งผลต่อการฝังตัว พัฒนาการของทารก และการตั้งครรภ์

ขั้นตอนที่ 3: รายงานผลตรวจ

ผลการตรวจโครโมโซมตัวอ่อนจะถูกจัดทำเป็นรายงานอย่างละเอียด เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจเลือกตัวอ่อนที่เหมาะสมที่สุดในการย้ายกลับเข้าสู่โพรงมดลูก

ขั้นตอนที่ 4: ย้ายตัวอ่อนเข้าสู่โพรงมดลูก

หากผลตรวจโครโมโซมตัวอ่อนพบว่าตัวอ่อนมีความสมบูรณ์ ทีมแพทย์จะดำเนินการย้ายตัวอ่อนเข้าสู่โพรงมดลูก ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญในการเริ่มต้นการตั้งครรภ์ PGTseq-A จึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์ที่ปลอดภัย และลดความเสี่ยงจากการแท้งหรือการฝังตัวไม่สำเร็จ

การตรวจโครโมโซมตัวอ่อน PGTseq-A เหมาะกับใคร?
  • ผู้หญิงที่มีอายุมากกว่า 35 ปี
  • ผู้ที่เคยมีประวัติการแท้งบุตรซ้ำ ๆ
  • ผู้ที่ต้องการตั้งครรภ์ด้วย IVF/ICSI
  • ผู้ที่มีปัญหาภาวะมีบุตรยากหรือเคยล้มเหลวจากการทำ IVF/ICSI หลายครั้ง

ตรวจโครโมโซมตัวอ่อน PGTseq-A ที่ Safe Fertility Group

Safe Fertility Group คลินิกรักษาผู้มีบุตรยากประสบการณ์กว่า 18 ปี นำทีมโดยแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์เจริญพันธุ์ นักวิทยาศาสตร์เพาะเลี้ยงตัวอ่อน พร้อมด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย และห้องปฏิบัติการที่ได้รับมาตรฐาน เพิ่มความพร้อมในการตรวจวินิจฉัยและรักษาผู้ที่มีภาวะบุตรยากด้วยการทำเด็กหลอดแก้ว IVF / ICSI ผ่านการตรวจโครโมโซมตัวอ่อน PGTseq-A พร้อมด้วยการบริการและการดูแลอย่างใกล้ชิดในทุกขั้นตอนจากทีมผู้ช่วยส่วนตัว เพื่อให้ได้ตัวอ่อนมีความสมบูรณ์ แข็งแรง และสามารถตั้งครรภ์ได้อย่างมีคุณภาพ เติมเต็มความฝันในทุกครอบครัว