การทําอิ๊กซี่ ข้อดี ข้อเสียของ ICSI หรือเด็กหลอดแก้ว
การทำอิ๊กซี่ คือ วิธีการทำเด็กหลอดแก้วอีกวิธีหนึ่ง ซึ่งเป็นวิธีที่ช่วยแก้ปัญหาภาวะมีลูกยาก สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่อยากมีลูกและต้องการเติมเต็มชีวิตครอบครัวที่สมบูรณ์ ซึ่งในปัจจุบันการทำอิ๊กซี่ (ICSI) และ IVF เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมกันอย่างแพร่หลาย ด้วยการฉีดน้ำเชื้ออสุจิตัวที่แข็งแรงที่สุดเข้าไปในไข่ เพื่อสร้างตัวอ่อน ก่อนนำตัวอ่อนเข้าสู่โพรงมดลูกต่อไป โดยได้รับการดูแลอย่างดีในทุกกระบวนการจากแพทย์เฉพาะทาง
สำหรับข้อดีของการทำอิ๊กซี่ หรือ ICSI คือ เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดที่เพิ่มโอกาสประสบความสำเร็จในการมีบุตรถึง 80-85% เหมาะกับผู้ที่ประสบปัญหาภาวะการมีบุตรยาก สำหรับผู้ที่อยากมีลูกแต่ยังไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไร ในคอลัมน์นี้เราได้รวบรวมข้อมูลการทําอิ๊กซี่ ข้อดี ข้อเสีย มาฝากกันจะมีอะไรบ้างไปดูกันเลย
สารบัญบทความ
- การทําอิ๊กซี่ ข้อดี ข้อเสียของเด็กหลอดแก้ว ข้อควรรู้สำหรับผู้มีบุตรยาก
ข้อดีของการทำอิ๊กซี่ มีประโยชน์อย่างไร

การทำอิ๊กซี่ (ICSI) ได้รับความนิยมอย่างมากเพราะช่วยเพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์สูง เหมาะสำหรับผู้ที่อยากมีลูกแต่มีปัญหาในด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น เคยทำหมัน อสุจิไม่แข็งแรงเพียงพอ หรือฝ่ายหญิงมีอายุที่เกิน 35 ปีขึ้นไป หลังจากเพาะตัวอ่อนแล้ว แพทย์จะตรวจโครโมโซมตัวอ่อน เพื่อเพิ่มโอกาสความสำเร็จ การทำอิ๊กซี่ มีข้อดีหลายประการ ดังนี้
1. ยืดระยะเวลาการเก็บไข่และน้ำเชื้อให้ยาวนานยิ่งขึ้น
การทำอิ๊กซี่ (ICSI) เป็นการเตรียมการเบื้องต้นสำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่อยากมีลูก แต่ยังไม่พร้อมในช่วงเวลานี้ โดยสามารถฝากตัวอ่อนแช่แข็งไว้ พอถึงเวลาที่พร้อมมีบุตร ค่อยนำออกมาย้ายตัวอ่อนเข้าสู่โพร่งมดลูกต่อไป
2. เพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์
การมีลูกยากมีหลายสาเหตุด้วยกัน แต่ในปัจจุบันค้นพบว่าการทำอิ๊กซี่ (ICSI) เป็นวิธีที่เพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ได้ดี มีผู้ประสบความสำเร็จมาแล้วมากมาย ด้วยเทคโนโลยีทันสมัย ช่วยเติมเต็มความฝันให้กับผู้มีบุตรยาก
3. คัดกรองและช่วยลดปัจจัยเสี่ยงของโรคต่าง ๆ
นอกจากการทำอิ๊กซี่จะคำนึงถึงสุขภาพของคุณพ่อคุณแม่แล้ว ยังคำนึงถึงสุขภาพของตัวอ่อนที่กำลังจะเป็นทารกตัวน้อย ๆ ในอนาคตอีกด้วย เพราะอิ๊กซี่จะช่วยตรวจหาความผิดปกติในโครโมโซมตัวอ่อนก่อนย้ายตัวอ่อนเข้าสู่โพรงมดลูก ลดความเสี่ยงที่จะเกิดความพิการในทารกได้เป็นอย่างดี
4.เพิ่มระยะเวลาการเก็บตัวอ่อน
การทำอิ๊กซี่ (ICSI) เป็นวิธีที่สามารถฝากตัวอ่อนได้ เพื่อเตรียมความพร้อมให้มากที่สุด สำหรับผู้มีปัญหาทางด้านร่างกายหรือด้านต่าง ๆ ซึ่งยังไม่พร้อมที่จะตั้งครรภ์ ทั้งนี้สามารถฝากไว้ได้ถึง 10 ปี โดยไม่ต้องห่วงว่าคุณภาพตัวอ่อนจะลดลง
5. สามารถทำได้แม้จะทำหมันแล้ว
ข้อดีของการทำอิ๊กซี่อีกประการก็คือช่วยให้ผู้ประสบปัญหาเกี่ยวกับระบบสืบพันธุ์ หรือทำหมัน ไม่ว่าชายหรือหญิงก็มีลูกได้ โดยไม่ต้องรักษาอาการเป็นหมันแต่อย่างใด
6. โอกาสประสบความสำเร็จกว่า IVF
วิธีการในการทำอิ๊กซี่ช่วยเพิ่มโอกาสประสบความสำเร็จมากกว่าวิธีเด็กหลอดแก้ว IVF ที่ให้อสุจิผสมกับไข่เอง ซึ่งหากอสุจิไม่มีความแข็งแรงเพียงพอ ก็จะไม่สามารถเจาะไข่เข้าไปปฏิสนธิได้ ต่างจาก ICSI ที่ได้ผลดีกว่า
ข้อเสียของการทำอิ๊กซี่ มีอะไรบ้าง
ถึงแม้ว่าการทำอิ๊กซี่จะมีข้อดีหลายประการ แต่ก็ยังมีข้อเสียที่พบเจออยู่บ้าง ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของผู้ที่ต้องการทำ ICSI รวมถึงความผิดปกติของโครโมโซมตัวอ่อน สำหรับการทำอิ๊กซี่ ข้อเสียที่มักพบเจออยู่เสมอ ๆ มีดังต่อไปนี้
1. มีค่าใช้จ่ายที่สูง
ICSI เป็นเทคโนโลยีเพื่อรักษาผู้มีบุตรยากที่มีอัตราความสำเร็จ ซึ่งจะราคาค่าใช้จ่ายตลอดการให้บริการ เริ่มต้น ตั้งแต่ 125,00 - 274,000 ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม ของแต่ละบุคคล ทั้งนี้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะเป็นผู้ให้คำแนะนำตลอดกระบวนการรักษา
2. ใช้ระยะเวลานานและมีโอกาสไม่สำเร็จได้เช่นกัน
การทำอิ๊กซี่ (ICSI) ใช้เวลาในการทำหนึ่งรอบประมาณ 4-6 สัปดาห์ และฉีดยากระตุ้นให้ไข่ตก 9-10 วัน จากนั้นจึงเลี้ยงตัวอ่อนในห้องปฏิบัติการทางการแพทย์อีก 5-6 วัน จึงจะย้ายตัวอ่อนเข้าสู่โพรงมดลูกต่อไป
3. มีวิธีการทำหลายขั้นตอน
ด้วยความพิถีพิถันของการทำอิ๊กซี่ จึงทำให้แพทย์จะต้องมีความชำนาญในการทำ ICSI โดยเฉพาะ ซึ่งจะต้องดำเนินการหลายขั้นตอน เพื่อช่วยให้การปฏิสนธินอกร่างกายไปเป็นอย่างมีประสิทธิภาพ
4. ต้องดำเนินการโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
การปฏิสนธินอกร่างกายด้วยการทำอิ๊กซี่ (ICSI) อาจทำให้ไข่ได้รับความเสียหาย เนื่องจากเป็นวิธีที่ใช้เข็มฉีดอสุจิเข้าไปในไข่โดยตรง หากดำเนินการโดยผู้ที่ไม่ชำนาญการ ก็อาจทำให้การเพาะเลี้ยงตัวอ่อนไม่สำเร็จ
ปัญหาหรือภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้จากการทำอิ๊กซี่

การทำอิ๊กซี่อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ในหลายกรณีด้วยกัน สำหรับผู้มีลูกยาก หรือผู้อยากมีลูกทำ ICSI แล้วไม่ได้ผล ซึ่งอาจเกิดจากปัจจัยหลายประการ ดังนี้
- การทำอิ๊กซี่ คือการปฏิสนธินอกร่างกาย ทำให้ระหว่างการเก็บไข่อาจเกิดความเสียหายได้ จึงต้องมีความระมัดระวังเป็นอย่างมาก
- ฝ่ายหญิงอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการติดเชื้อในขณะเก็บไข่หรือย้ายตัวอ่อน
- รังไข่ถูกกระตุ้นมากเกินไป จนเกิดภาวะแทรกซ้อน (Ovarian Hyperstimulation Syndrome หรือ OHSS)
- การทำอิ๊กซี่ ยังคงมีความเสี่ยงต่อการแท้งอยู่แม้จะตรวจโครโมโซมแล้วก็ตาม
- การทำ ICSI อาจพบโครโมโซมเพศในตัวอ่อนมีความผิดปกติเพิ่มขึ้น
- อาจมีอาการท้องนอกมดลูก การคลอดก่อนกำหนด และภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ที่พบได้ในการตั้งครรภ์โดยทั่วไป
สรุปภาพรวมของการทำเด็กหลอดแก้วแบบอิ๊กซี่ (ICSI)
การทำอิ๊กซี่ (ICSI) ช่วยแก้ปัญหาภาวะมีบุตรยาก และเพิ่มโอกาสประสบความสำเร็จได้มากที่สุด ซึ่งได้รับการดูแลรักษาอย่างดีจากแพทย์เฉพาะทาง ตั้งแต่การเก็บไข่ ICSI ไปจนถึงตัวอ่อนเกิดการปฏิสนธิ สำหรับผู้ที่กำลังมองหาสถานพยาบาลที่ดีมีคุณภาพ SAFE Fertility Group คือคำตอบ เพราะที่นี่คือศูนย์ผู้มีบุตรยากแห่งแรกในไทย และแห่งที่ 2 ในอาเซียน เปิดให้บริการถึง 5 สาขา ในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด
SAFE Fertility Group ให้บริการการทำอิ๊กซี่พร้อมอุปกรณ์ที่ทันสมัย ได้รับการรับรองมาตรฐานจากสถาบันรับรองคุณภาพคลินิกเด็กหลอดแก้ว (RTAC) ประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ สำหรับโปรแกรมการทำ ICSI ของที่นี่จะมีหลายแพ็กเกจด้วยกัน โดยราคาเริ่มต้นจะอยู่ที่ 170,000 บาทโดยประมาณ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับโปรโมชัน ณ ช่วงเวลานั้น นัดหมายสะดวกผ่านระบบออนไลน์ สนใจสอบถามข้อมูลฟรีได้ที่
Call Center: 02-252-3833-5
Hotline: 081-102-1000
Line ID: @ivfthailand, @safefertilitygroup
Facebook: Safe Fertility Group
E-mail: Customercare@safefertilitygroup.com