13.06.68

ทำไมกลุ่ม LGBTQ+ ควรวางแผนครอบครัวล่วงหน้า?

ทำไมกลุ่ม LGBTQ+ ควรวางแผนครอบครัวล่วงหน้า?

ในยุคที่ความหลากหลายทางเพศได้รับการยอมรับมากขึ้น การมีครอบครัวในรูปแบบของตัวเองไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะฝันถึงคำว่า “ครอบครัว”

แต่ก่อนจะเริ่มต้นเส้นทางนั้น “การวางแผนครอบครัวล่วงหน้า” คือก้าวแรกที่สำคัญเพราะไม่ว่าคุณจะเป็นใคร หรืออยู่ในสถานะใด การวางแผนอย่างรอบคอบตั้งแต่วันนี้คือการลงทุนเพื่ออนาคตที่คุณเลือกได้เอง

เนื่องใน Pride Month ปีนี้ SAFE Fertility Group PCL ขอร่วมสนับสนุนทุกความหลากหลาย ผ่านข้อมูลและคำแนะนำสำหรับกลุ่ม LGBTQ+ ที่กำลังวางแผนครอบครัวอย่างปลอดภัย


2 เรื่องที่ LGBTQ+ ควรรู้! เกี่ยวกับภาวะเจริญพันธุ์

1. อายุ & ภาวะเจริญพันธุ์ เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม

ทั้งไข่และอสุจิ มีคุณภาพลดลงตามอายุ ไม่ว่าคุณจะเป็นเพศสภาพใดก็ตาม

  • สำหรับผู้ที่มีรังไข่ (Ovaries) คุณภาพของไข่จะลดลงอย่างชัดเจนหลังอายุ 35 ปี และลดลงรวดเร็วหลัง 40 ปี
  • สำหรับผู้ที่มีอัณฑะ (Testes) แม้อสุจิจะผลิตต่อเนื่องได้ตลอดชีวิต แต่คุณภาพ (เช่น ความแข็งแรงและการเคลื่อนไหวของตัวอสุจิ) จะลดลงเมื่ออายุเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะหลัง 45-50 ปี

ดังนั้น การวางแผนครอบครัวโดยการเก็บไข่หรืออสุจิไว้ ตั้งแต่อายุยังน้อยและสุขภาพแข็งแรง จะช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสในการมีครอบครัวในอนาคตได้อย่างมาก

2. ฮอร์โมนและการแปลงเพศส่งผลต่อภาวะเจริญพันธุ์

สำหรับหลายคนในกลุ่ม LGBTQ+ โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในกระบวนการเปลี่ยนแปลงทางเพศ เช่น Transgender Men (หญิงข้ามเพศ) หรือ Transgender Women (ชายข้ามเพศ) การใช้ฮอร์โมนเพื่อให้ร่างกายและอัตลักษณ์ทางเพศสอดคล้องกันเป็นสิ่งสำคัญทางใจและสุขภาพจิต

แต่สิ่งที่หลายคนอาจยังไม่ทราบคือ ฮอร์โมนเหล่านี้มีผลโดยตรงต่อความสามารถในการสืบพันธุ์

  • การใช้ฮอร์โมนเพศชาย (Testosterone) อย่างต่อเนื่องในผู้ที่มีรังไข่ อาจส่งผลให้เกิดภาวะ “ไข่หยุดตก” หรือในระยะยาว อาจทำให้รังไข่ฝ่อ จนส่งผลต่อจำนวนและคุณภาพของไข่ที่สามารถเก็บได้ในอนาคต
  • ในทางกลับกันการใช้ฮอร์โมนเพศหญิง (Estrogen) ร่วมกับยาต้านแอนโดรเจน(Anti-androgens) ในผู้ที่มีอัณฑะ ก็สามารถลดจำนวนและคุณภาพของตัวอสุจิ หรือถึงขั้นหยุดการผลิตอสุจิได้ ทั้งแบบชั่วคราวหรือถาวร ขึ้นอยู่กับระยะเวลาและขนาดยาที่ใช้

แม้ว่าการหยุดใช้ฮอร์โมนบางประเภทอาจช่วยให้ร่างกายกลับมาผลิตไข่หรืออสุจิได้บ้างในบางกรณี แต่ก็ไม่สามารถการันตีได้ว่าระบบสืบพันธุ์จะฟื้นกลับมาได้เต็มที่หรือไม่ และอาจต้องใช้เวลาและกระบวนการรักษาที่ซับซ้อน

ด้วยเหตุนี้เอง การวางแผนครอบครัวโดยการวางแผนเก็บไข่หรืออสุจิ ก่อนเริ่มต้นฮอร์โมน หรือก่อนเข้าสู่ขั้นตอนการผ่าตัดแปลงเพศ จึงเป็นทางเลือกสำหรับใครก็ตามที่ต้องการสร้างครอบครัวในอนาคต

เพราะเมื่อร่างกายยังแข็งแรงและทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ การเก็บเซลล์สืบพันธุ์จะให้ผลลัพธ์ที่ดี และสามารถใช้ในภายหลังได้เมื่อต้องการสร้างครอบครัวในแบบที่คุณวางแผนไว้


แนวทางวางแผนเพื่อทางเลือกสำหรับ LGBTQ+

สุขภาพเจริญพันธุ์เป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกับร่างกายของเรามากกว่าที่หลายคนคิด ไม่ว่าคุณจะอยู่ในช่วงใดของชีวิต การเข้าใจและดูแลระบบสืบพันธุ์ของตนเองตั้งแต่วันนี้ คือการวางแผนอนาคตที่ชาญฉลาด โดยเฉพาะสำหรับกลุ่ม LGBTQ+ ที่อาจต้องตัดสินใจเรื่องฮอร์โมนหรือการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพในอนาคต การดูแลและเก็บรักษาศักยภาพของร่างกายไว้ก่อนจึงเป็นทางเลือกที่ควรพิจารณา

SAFE Fertility Group PCL ขอแนะนำแนวทางที่เหมาะสมเพื่อรักษาทางเลือกของคุณไว้ให้พร้อมในวันที่ต้องการ

ตรวจสุขภาพเจริญพันธุ์

การตรวจสุขภาพเจริญพันธุ์เป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญ เพื่อประเมินศักยภาพของร่างกายก่อนตัดสินใจเรื่องอื่น ๆ ในอนาคต เหมาะกับทั้งผู้ที่มีรังไข่และอัณฑะ โดยรายการตรวจที่สำคัญประกอบไปด้วย

  • ฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับเจริญพันธุ์ เช่น
    • AMH (Anti-Müllerian Hormone) ฮอร์โมนที่บ่งบอกถึงปริมาณไข่ที่เหลืออยู่
    • FSH, Estradiol, Testosterone และ LH ฮอร์โมนที่บอกระดับการทำงานของรังไข่หรือการผลิตอสุจิ
  • อัลตราซาวด์รังไข่ (Pelvic Ultrasound) เพื่อดูจำนวนไข่ที่เติบโตในแต่ละรอบเดือน
  • ตรวจน้ำเชื้อ (Semen Analysis) วิเคราะห์จำนวน ความแข็งแรง และการเคลื่อนไหวของอสุจิ
  • โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ไม่เพียงแต่ช่วยประเมินความเสี่ยงต่อสุขภาพโดยรวมเท่านั้น แต่ยังมีบทบาทสำคัญในการดูแลสุขภาพระบบสืบพันธุ์ เพื่อให้การเก็บไข่หรืออสุจิเป็นไปอย่างปลอดภัยและคงคุณภาพในระยะยาว

ผลจากการตรวจเหล่านี้จะช่วยให้แพทย์สามารถวางแผนได้ว่าควรเก็บไข่หรืออสุจิเมื่อใด และควรใช้วิธีใดในการรักษาในอนาคต

ฝากไข่ (Egg Freezing)

การเก็บรักษาไข่ด้วยวิธีแช่แข็งเป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ที่มีรังไข่ ซึ่งกำลังวางแผนใช้ชีวิตในเพศที่สอดคล้องกับอัตลักษณ์ของตนเอง หรือผู้ที่ต้องการรักษาคุณภาพเซลล์ไข่ไว้สำหรับอนาคต

  • ขั้นตอนเริ่มจากการ กระตุ้นไข่ด้วยฮอร์โมนเป็นระยะเวลา 10–12 วัน
  • จากนั้นแพทย์จะ เก็บไข่ผ่านหัตถการที่ปลอดภัย ภายใต้การให้ยานอนหลับ โดยไม่รู้สึกเจ็บระหว่างทำ
  • ไข่ที่ได้จะถูกนำไปแช่แข็งด้วยเทคโนโลยี Vitrification ซึ่งช่วยรักษาคุณภาพไว้ในอุณหภูมิ -196°C

การฝากไข่ตั้งแต่อายุน้อย เป็นการเก็บรักษาคุณภาพไข่ในช่วงวัยที่ร่างกายพร้อมที่สุด เพื่อโอกาสในการใช้ไข่ที่มีคุณภาพดีในอนาคต

ฝากอสุจิ (Sperm Freezing)

การฝากอสุจิ คือกระบวนการเก็บรักษาเซลล์อสุจิไว้ล่วงหน้า ในช่วงที่ร่างกายยังแข็งแรงและมีศักยภาพสูง เหมาะสำหรับผู้ที่มีอัณฑะ และกำลังวางแผนใช้ฮอร์โมนเพศหญิง (Estrogen) หรือเตรียมเข้าสู่ขั้นตอนการปรับเปลี่ยนทางร่างกาย

  • ตัวอย่างอสุจิจะถูกเก็บจากการหลั่งด้วยวิธีปกติ
  • แพทย์จะนำตัวอสุจิไปประเมินคุณภาพ (จำนวน, ความเคลื่อนไหว, รูปร่าง)
  • จากนั้นนำไปแช่แข็งด้วยวิธีเฉพาะที่ปลอดภัย และสามารถเก็บรักษาได้หลายปี

การฝากอสุจิช่วยเก็บรักษาทางเลือกไว้ให้พร้อม สำหรับการตัดสินใจเรื่องสำคัญในอนาคต ตามแผนชีวิตที่คุณต้องการ

ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์เจริญพันธุ์

ทุกคนมีเส้นทางชีวิตที่ไม่เหมือนกัน ไม่ว่าจะมีคู่หรือไม่มี มีอายุเท่าใด หรืออยู่ในช่วงของการแปลงเพศหรือไม่ การปรึกษาแพทย์เฉพาะทางจะช่วยให้คุณ

  • วางแผนครอบครัวให้สอดคล้องกับเป้าหมายในอนาคต
  • เข้าใจข้อจำกัดทางร่างกาย หรือผลกระทบจากการใช้ฮอร์โมน

แพทย์จะให้คำแนะนำที่เหมาะสมกับสถานะทางกฎหมาย เพศสภาพ และเงื่อนไขส่วนบุคคล พร้อมทั้งให้การดูแลที่ปลอดภัยและให้เกียรติในทุกขั้นตอน

SAFE Fertility Group PCL พร้อมเป็นพื้นที่ปลอดภัยของทุกความหลากหลาย

เราเข้าใจดีว่า “เส้นทางของครอบครัวแต่ละคนไม่เหมือนกัน” โดยเฉพาะสำหรับ LGBTQ+
ที่ SAFE Fertility Group PCL เราให้บริการด้วยความเข้าใจและให้เกียรติทุกเพศสภาพ ผ่านแนวทางดังนี้

  • บริการแบบเป็นส่วนตัว (Confidential)
  • ทีมแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์เจริญพันธุ์
  • ดูแลทุกคนด้วยความเท่าเทียม

SAFE Fertility Group PCL พร้อมเป็นพื้นที่ปลอดภัย ที่คุณสามารถเริ่มต้นวางแผนครอบครัวได้ ไม่ว่าครอบครัวของคุณจะมีรูปแบบใด

Reference