24.04.69

งานวิจัย SAFE Fertility Clinic บนเวทีโลก PGDIS 2026: โชว์ศักยภาพ PGTseq-A ชี้ให้เห็นว่าตัวอ่อนโครโมโซมก้ำกึ่ง สามารถมีอัตราการตั้งครรภ์สูงไม่ต่างจากตัวอ่อนปกติ ผ่านงานวิจัยบนเวทีโลก PGDIS 2026

งานวิจัย SAFE Fertility Clinic บนเวทีโลก PGDIS 2026: โชว์ศักยภาพ PGTseq-A ชี้ให้เห็นว่าตัวอ่อนโครโมโซมก้ำกึ่ง สามารถมีอัตราการตั้งครรภ์สูงไม่ต่างจากตัวอ่อนปกติ ผ่านงานวิจัยบนเวทีโลก PGDIS 2026

SAFE Fertility Clinic ร่วมกับ Next Generation Genomic (NGG) ประกาศความสำเร็จหลังงานวิจัยล่าสุดได้รับเลือกให้ร่วมนำเสนอในงานประชุมระดับโลก The 23rd International Conference on Preimplantation Genetics (PGDIS) ณ เมืองเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ตอกย้ำบทบาทของเทคโนโลยี PGTseq-A ที่ช่วยให้การตัดสินใจคัดเลือกตัวอ่อนเพื่อย้ายมีความแม่นยำยิ่งขึ้น แม้จะเป็นกลุ่มตัวอ่อนที่มีค่าโครโมโซมก้ำกึ่ง (Intermediate Copy Numbers: ICN)

ก้าวข้ามขีดจำกัดการเลือกตัวอ่อนด้วย PGTseq-A

จากข้อจำกัดของการตรวจ PGT-A แบบทั่วไป ที่มักไม่สามารถจำแนกตัวอ่อนกลุ่มโครโมโซมก้ำกึ่งได้อย่างชัดเจน ทำให้ที่ผ่านมาตัวอ่อนที่มีความก้ำกึ่งของโครโมโซมระหว่างโครโมโซมที่ปกติและโครโมโซมที่ไม่ปกติ มักถูกจัดเป็นกลุ่มที่ตัดสินใจยากว่าจะย้ายตัวอ่อนเข้าสู่โพรงมดลูกดีหรือไม่ เนื่องจากผลตรวจไม่ได้ออกมาเป็นปกติทั้ง 100% แต่ก็ไม่ได้ผิดปกติถึงขั้น Aneuploidy

งานวิจัยนี้จึงนำเทคโนโลยี PGTseq-A ซึ่งเป็นนวัตกรรมการตรวจคัดกรองโครโมโซมตัวอ่อนที่มีความละเอียดสูงจากประเทศสหรัฐอเมริกา โดยบริษัท Juno Genetics เข้ามาช่วยวิเคราะห์ตัวอ่อนในกลุ่มที่มีจำนวนชุดโครโมโซมก้ำกึ่ง (ICN) เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ละเอียดยิ่งขึ้น ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อโอกาสความสำเร็จในการรักษา

ตัวอ่อนกลุ่มโครโมโซมก้ำกึ่ง: โอกาสที่ไม่ควรมองข้าม

ทีมนักวิทยาศาสตร์ได้ทำการศึกษาเปรียบเทียบผลการตั้งครรภ์พบว่า ตัวอ่อนที่มีค่าโครโมโซมก้ำกึ่ง (ICN) ที่ตรวจด้วย PGTseq-A มีอัตราการตั้งครรภ์ที่ประสบความสำเร็จในระดับที่น่าพึงพอใจมาก และไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับกลุ่มตัวอ่อนที่ปกติสมบูรณ์

ข้อมูลนี้ถือเป็นข่าวดีสำหรับผู้ที่ต้องการใช้เทคโนโลยีเพื่อการเจริญพันธุ์อย่างการทำเด็กหลอดแก้วหรืออิ๊กซี (IVF/ICSI) เพราะช่วยให้ตัวอ่อนที่เคยอยู่ในกลุ่มไม่แน่นอน ได้รับการพิจารณาย้ายอย่างมีข้อมูลรองรับ และช่วยให้การวางแผนการรักษามีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดจำนวนรอบการกระตุ้นไข่และลดค่าใช้จ่ายในระยะยาว

ผลงานวิจัยชิ้นนี้ได้รับการยอมรับในเวทีระดับนานาชาติ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นและความเชี่ยวชาญของคณะผู้วิจัยและทีมผู้บริหาร นำโดย นพ. วิวัฒน์ กว้างคณานุรักษ์ (ว.14960) ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SAFE Fertility Group PCL. และคุณสุจินต์ จันทร์จำเริญ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายห้องปฏิบัติการ SAFE Fertility Group PCL. พร้อมทีมนักวิทยาศาสตร์

  • คุณภัทธร ใจกล้า
  • คุณวันวิสา สุขสลัก
  • คุณนันทิพร นันท์ธนทรัพย์
  • คุณวิภาวี แตงสี
  • คุณชุติมณฑน์ ป้อมสุวรรณ
  • คุณนาฏศรินทร์ โตชูวงศ์
  • คุณมณิภา ตันติพจน์
  • คุณนวรัตน์ ศิริประเสริฐโชค

SAFE Fertility Clinic ยังคงเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีการเจริญพันธุ์อย่างไม่หยุดนิ่ง เพื่อมาตรฐานการรักษาที่ดี และมอบความสำเร็จให้กับทุกครอบครัวที่ไว้วางใจ