ไขข้อข้องใจ สาเหตุที่ทำ IUI ไม่ติดคืออะไร? ต้องฉีดเชื้อกี่ครั้งถึงควรเปลี่ยนวิธี
การทำ IUI หรือการฉีดน้ำเชื้ออสุจิเข้าโพรงมดลูก เป็นหนึ่งในวิธีการรักษาภาวะมีบุตรยากที่ได้รับความนิยม เนื่องจากมีกระบวนการรักษาที่ไม่ซับซ้อนและใกล้เคียงกับการตั้งครรภ์ตามธรรมชาติ อีกทั้งยังช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ได้สูง
ถึงอย่างไรก็ตาม ยังมีคู่รักอีกหลายคู่ที่ต้องเผชิญกับความผิดหวังเมื่อพบว่าการทำ IUI ไม่ได้ผลตามที่คาดหวัง ทำให้เกิดคำถามขึ้นมาว่า สาเหตุที่ทำ IUI ไม่ติดคืออะไร? ต้องทำ IUI กี่ครั้งถึงควรเปลี่ยนวิธี? ในบทความนี้จะมาแนะนำวิธีการทำ IUI ให้มีโอกาสติดมากยิ่งขึ้น!
สาเหตุที่ทำ IUI ไม่ติดคืออะไร?

ทำ IUI ไม่ติดเพราะอะไร? เป็นอีกหนึ่งคำถามของคู่รักหลายคู่ที่อยากมีลูกมักสงสัยและเกิดความกังวลใจ สำหรับการทำ IUI (Intrauterine Insemination) หรือการฉีดน้ำเชื้ออสุจิเข้าโพรงมดลูก ถึงแม้จะเป็นวิธีการรักษาภาวะมีบุตรยากที่ได้รับความนิยมและมีขั้นตอนที่ค่อนข้างง่าย แต่ก็มีปัจจัยหลายอย่างที่อาจส่งผลให้ทำ IUI ไม่ประสบความสำเร็จ ดังนี้
- ปัจจัยทางอายุ โอกาสการตั้งครรภ์จะลดลงเมื่ออายุมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อผู้หญิงมีอายุเกิน 35 ปี
- คุณภาพของไข่ อายุที่มากขึ้นหรือภาวะสุขภาพบางอย่าง เช่น โรคทางพันธุกรรม หรือภาวะรังไข่หลายใบ อาจส่งผลให้คุณภาพของไข่ลดลง ทำให้อสุจิไม่สามารถปฏิสนธิได้
- คุณภาพของอสุจิ จำนวนอสุจิที่น้อยเกินไป รวมถึงความผิดปกติของรูปร่างหรือการเคลื่อนไหวของอสุจิ อาจทำให้การปฏิสนธิเป็นไปได้ยาก
- ปัญหาเกี่ยวกับท่อนำไข่ การมีท่อนำไข่อุดตันหรือมีพังผืดในอุ้งเชิงกราน อาจเป็นอุปสรรคต่อการเดินทางของไข่และอสุจิได้
- ภาวะไข่ไม่ตก หากรังไข่ไม่ปล่อยไข่ออกมาหรือไข่ที่ตกออกมาไม่สมบูรณ์ ก็จะทำให้การปฏิสนธิไม่เกิดขึ้น
- มีปัญหาเกี่ยวกับมดลูก เช่น มีพังผืดในมดลูก ภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ หรือการติดเชื้อในอวัยวะสืบพันธุ์ ก็อาจส่งผลต่อการฝังตัวของตัวอ่อนได้เช่นกัน
- ปัจจัยทางภูมิคุ้มกัน ร่างกายของฝ่ายหญิงบางรายอาจสร้างภูมิคุ้มกันต่ออสุจิของคู่สมรส ทำให้เกิดการปฏิเสธตัวอ่อน
- ปัจจัยอื่น ๆ เช่น ความเครียด, การสูบบุหรี่, น้ำหนักตัวที่มากหรือน้อยเกินไป และการใช้ยาบางชนิด ก็มีผลต่อโอกาสในการตั้งครรภ์ด้วยเช่นกัน
- ปัจจัยที่ไม่ทราบสาเหตุ ในบางกรณี ถึงแม้จะตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียดแล้ว ก็ยังไม่สามารถหาสาเหตุที่แน่ชัดได้ว่าทำไม IUI ไม่ติด
ทำ IUI ฉีดเชื้อแล้วไม่ติดกี่ครั้ง ถึงควรเปลี่ยนวิธี
ทำ IUI ฉีดเชื้อแล้วไม่ติดกี่ครั้ง ถึงควรเปลี่ยนวิธี โดยทั่วไปแล้วแพทย์มักจะแนะนำให้ทำ IUI ประมาณ 3-6 ครั้งก่อนพิจารณาเปลี่ยนไปใช้วิธีการรักษาอื่น ๆ แทน
หากทำ IUI ฉีดเชื้อไม่ติดภายใน 3 ครั้งแรก ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินปัจจัยที่อาจส่งผลให้การทำ IUI ไม่ติด เช่น คุณภาพของอสุจิ ภาวะไข่ หรือสภาพร่างกายของฝ่ายหญิง แต่ถ้าหากยังคงไม่ติดหลังจาก 6 ครั้ง การพิจารณาเปลี่ยนไปใช้วิธีการรักษาอื่น ๆ เช่น การทำ ICSI หรือ IVF อาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสมมากกว่า
อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจเปลี่ยนวิธีการรักษาควรพิจารณาจากหลายปัจจัย เช่น อายุ สุขภาพ และเหตุผลเฉพาะของภาวะมีบุตรยากของคู่รักแต่ละคู่ การปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะช่วยให้ได้รับคำแนะนำที่เหมาะสมที่สุดตามสถานการณ์ของแต่ละบุคคล
ทำยังไงให้ IUI มีโอกาสติดมากยิ่งขึ้น
การทำ IUI ให้มีโอกาสติดมากยิ่งขึ้นนั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง รวมถึงขึ้นอยู่กับสาเหตุที่ทำให้คู่รักแต่ละคู่มีบุตรยากด้วย แต่โดยทั่วไปแล้ว วิธีการที่จะช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์หลังทำ IUI ได้มีดังนี้
- ตรวจท่อนำไข่ว่าตันหรือไม่ กรณีที่ยังไม่เคยตรวจมาก่อน ด้วยวิธีการฉีดสีดูท่อนำไข่
- ปรึกษาแพทย์และเตรียมตัวให้พร้อม ก่อนเริ่มกระบวนการทำ IUI ควรปรึกษาแพทย์เพื่อทำการตรวจสุขภาพและตรวจวินิจฉัยสาเหตุของภาวะมีบุตรยาก รวมถึงควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด
- ควบคุมน้ำหนัก ควรรักษาน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ที่ปกติและมีสุขภาพดี การมีน้ำหนักตัวที่เหมาะสมจะช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ได้
- ติดตามการตกไข่ การใช้เครื่องมือหรือการทดสอบเพื่อคาดการณ์ช่วงเวลาที่ไข่ตกได้อย่างแม่นยำ จะช่วยให้การทำ IUI ตรงตามช่วงเวลาที่ดีที่สุด
- ใช้ฮอร์โมนเพื่อกระตุ้นการตกไข่ แพทย์อาจแนะนำให้ใช้ยากระตุ้นการตกไข่เพื่อเพิ่มจำนวนไข่ที่ตกออกมา ซึ่งสามารถเพิ่มโอกาสในการปฏิสนธิได้
- การเตรียมตัวของฝ่ายชาย คุณภาพของอสุจิเป็นปัจจัยสำคัญในการทำ IUI ควรหลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ และควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์เพื่อเพิ่มคุณภาพของอสุจิ
- ทำ IUI ในช่วงเวลาที่ถูกต้อง การทำ IUI ควรทำในช่วงที่ไข่ตกเพื่อเพิ่มโอกาสในการปฏิสนธิ
- ลดความเครียด ความเครียดเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำ IUI ไม่ติด ดังนั้นการผ่อนคลาย ดูแลสุขภาพจิต และลดความเครียด จึงเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยเพิ่มโอกาสประสบความสำเร็จในการตั้งครรภ์ได้
ข้อแนะนำเมื่อพบว่าทำ IUI เท่าไหร่ก็ไม่ติด
สำหรับคู่รักคู่ไหนที่พยายามทำ IUI แต่ยังไม่สำเร็จสักที อาจต้องปฏิบัติตนตามแนวทางดังต่อไปนี้ เพื่อเพิ่มโอกาสประสบความสำเร็จในการทำ IUI รอบถัดไป และประสบความสำเร็จในการตั้งครรภ์มากขึ้น
- ปรับเปลี่ยนแผนการรักษา อาจต้องมีการปรับเปลี่ยนแผนการรักษาหรือเปลี่ยนวิธีกระตุ้นการตกไข่ เพื่อเพิ่มโอกาสในการทำ IUI ให้ประสบความสำเร็จ
- พิจารณาวิธีการทางเลือก ถ้าหากการทำ IUI ยังไม่ประสบความสำเร็จหลังจากพยายามมาแล้วหลายครั้ง แพทย์อาจแนะนำวิธีการรักษาที่มีความก้าวหน้ามากขึ้น เช่น การทำเด็กหลอดแก้ว ICSI หรือ IVF
สรุป

สาเหตุที่ทำ IUI ไม่ติดอาจเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย ทั้งจากฝ่ายชายและฝ่ายหญิง เช่น คุณภาพของไข่และอสุจิไม่ดี ปัญหาเกี่ยวกับท่อนำไข่ หรือมีภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ นอกจากนี้ ปัจจัยอื่นๆ เช่น อายุ ภาวะสุขภาพ และไลฟ์สไตล์ ก็มีส่วนสำคัญในการส่งผลต่อความสำเร็จของการทำ IUI ด้วยเช่นกัน ดังนั้นการปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อตรวจหาสาเหตุที่แท้จริงและวางแผนการรักษาที่เหมาะสมจึงเป็นสิ่งสำคัญ
หากไม่รู้ว่าจะปรึกษาแพทย์ที่ไหนดี SAFE Fertility Group พร้อมดูแลคุณ ด้วยคลินิกที่ได้มาตรฐาน ผ่านการรับรองระดับสากล ให้บริการรักษาภาวะมีบุตรยากตั้งแต่บริการตรวจสุขภาพ ฝากไข่ การทำ IUI ทำ ICSI และ IVF โดยทีมแพทย์ผู้ชำนาญการที่มีประสบการณ์ด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์มาแล้วมากกว่า 15 ปี จึงทำให้คุณมั่นใจได้เลยว่าจะประสบความสำเร็จในการตั้งครรภ์ได้อย่างแน่นอน