24.04.67

ฝากไข่ (Egg Freezing) รอคนที่ใช่ ในวันที่พร้อม

ฝากไข่ (Egg Freezing) รอคนที่ใช่ ในวันที่พร้อม

“การฝากไข่” เป็นที่นิยมในกลุ่มผู้หญิงยุคใหม่ หรือครอบครัวที่ต้องการวางแผนมีบุตรในอนาคต เนื่องจากปัจจุบันสังคมไทยมีอัตราการสร้างครอบครัวหรือการแต่งงานที่ช้าลง ส่งผลให้อัตราการมีลูกช้าลงตามไปด้วย ทำให้การฝากไข่กลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำคัญ ที่จะช่วยลดความกังวลเกี่ยวกับ คุณภาพของเซลล์ไข่เนื่องจากอายุที่มากขึ้นของคุณผู้หญิง เพื่อการตั้งครรภ์ที่สมบูรณ์แม้ว่าจะมีลูกช้าลงก็ตาม

นอกจากนี้การฝากไข่ยังเหมาะสำหรับ การวางแผนการตั้งครรภ์โดยทำเด็กหลอดแก้ว เพื่อช่วยคู่แต่งงานที่มีปัญหาเกี่ยวกับภาวะเจริญพันธุ์หรือมีลูกยาก รวมถึงการลดโอกาสการเกิดความผิดปกติของโครโมโซมที่อาจจะเกิดขึ้น อย่างเช่น โรคดาวน์ซินโดรมได้อีกด้วย

ฝากไข่คืออะไร

การฝากไข่ หรือ Egg Freezing คือ วิธีทางการแพทย์ สำหรับรักษาคุณภาพเซลล์ไข่ที่สมบูรณ์ของคุณผู้หญิงเอาไว้ใช้สำหรับตั้งครรภ์ในอนาคต โดยทีมแพทย์จะทำการดูดเอาเซลล์ไข่ที่แข็งแรงสมบูรณ์ของคุณผู้หญิงในวัยเจริญพันธุ์ออกมาจากรังไข่ และนำไปเข้าสู่กระบวนการแช่แข็งเซลล์ไข่ (Oocyte Cryopreservation) ในอุณหภูมิ -196 องศาเซลเซียส เพื่อรักษาคุณภาพเซลล์ไข่ของคุณผู้หญิงให้พร้อมต่อการนำไปใช้ในอนาคต

โดยการทำเด็กหลอดแก้วทั้งแบบ IVF และการทำ ICSI สามารถใช้เซลล์ไข่ที่ถูกแช่แข็งเก็บไว้ มาปฏิสนธิกับอสุจิของคุณผู้ชาย เพื่อใช้ในกระบวนการตั้งครรภ์ต่อไปได้อีกด้วย ทั้งนี้ การแช่แข็งเซลล์ไข่นั้นมีความแตกต่างกับการแช่แข็งตัวอ่อน (Embryo Cryopreservation) เนื่องจากการแช่แข็งตัวอ่อนจะนำเซลล์ไข่กับอสุจิมาปฏิสนธิกัน ก่อนนำไปแช่แข็ง การแช่แข็งตัวอ่อนจึงเหมาะสมสำหรับผู้ที่มั่นใจในคู่สมรสของตัวเองแล้วมากกว่าการแช่แข็งเซลล์ไข่

หากใครมีภาวะมีบุตรยากและสนใจบริการรับฝากไข่ สามารถเข้าไปดูเรื่องค่าใช้จ่ายการฝากไข่ เพิ่มเติมได้ที่ : แพ็คเกจราคาฝากไข่

ทำไมคนวางแผนมีลูกถึงต้องฝากไข่ ?

สุขภาพร่างกายของลูกน้อยเป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะฉะนั้นการฝากไข่จึงเป็นวิธีที่จะช่วยแก้ไขปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นคุณผู้หญิงและลูกน้อยในอนาคตได้ ดังนี้

โรคประจำตัวที่ส่งผลกระทบต่อภาวะเจริญพันธุ์

หากคุณผู้หญิงมีโรคประจำตัวและได้ผ่านกระบวนการรักษาโรคด้วยวิธีต่าง ๆ อาจจะทำให้ส่งผลต่อการเจริญพันธุ์ของผู้หญิงได้ เช่น โรคมะเร็งรังไข่หรือซีสที่รังไข่ อาจจะทำให้เกิดภาวะรังไข่เสื่อมก่อนวัยอันควร อีกทั้งการฉายแสงหรือการทำเคมีบำบัดในขั้นตอนการรักษาโรคมะเร็งก็สามารถเป็นอันตรายต่อภาวะเจริญพันธุ์ของผู้หญิงทำให้มีลูกยากได้เช่นกัน การฝากไข่ก่อนเกิดภาวะรังไข่เสื่อมเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ทำให้คุณผู้หญิงสามารถมีลูกได้ในอนาคตด้วยเซลล์ไข่ที่แข็งแรงสมบูรณ์

ความต้องการฝากไข่ที่มีคุณภาพที่ดีเพื่อวางแผนมีบุตรในอนาคต

การฝากไข่ ยิ่งฝากไข่เร็ว ยิ่งดี หากคุณผู้หญิงมีการวางแผนมีบุตรในอนาคต ควรเตรียมพร้อมและเริ่มต้นเข้ารับการฝากไข่ให้เร็วที่สุด ในช่วงอายุที่พร้อมต่อภาวะเจริญพันธุ์ แนะนำว่าควรเริ่มก่อน 35 ปี และไม่ควรเกิน 45 ปีจะถือว่าเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุด เพราะสุขภาพร่างกายของคุณผู้หญิงในช่วงวัยเจริญพันธุ์จะยังมีความสมบูรณ์เป็นอย่างมาก หากปล่อยให้เวลาเกินไปกว่านี้อาจจะเข้าสู่ภาวะมีบุตรยาก การฝากไข่ไว้ก่อนจึงเป็นการวางแผนที่ดีเพื่อให้ได้มีเซลล์ไข่ไว้ใช้ตั้งครรภ์ในวันที่พร้อม

ความต้องการมีลูกด้วยการทำเด็กหลอดแก้วในอนาคต

การแช่แข็งไข่ หรือ การฝากไข่ไว้ก่อน เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับ คนที่อาจจะมีปัญหาเกี่ยวกับภาวะเจริญพันธ์ุ รวมถึงกังวลเกี่ยวกับโรคทางพันธุกรรมที่อาจจะเกิดกับลูกในอนาคต การวางแผนมีบุตรด้วยการฝากไข่นั้น สามารถนำเซลล์ไข่ไปใช้ในการตั้งครรภ์ได้หลากหลายวิธี โดยเฉพาะผู้ที่อยากมีลูกด้วยการทำเด็กหลอดแก้ว ก็สามารถใช้การฝากไข่ไปทำเด็กหลอดแก้ว (ICSI) ต่อได้ในอนาคต สามารถเข้าไปดูเรื่องราคาทำเด็กหลอดแก้วเพิ่มเติมได้ที่ : แพ็คเกจการทำอิ๊กซี่ (ICSI)

การเตรียมตัวก่อนเริ่มฝากไข่

ก่อนเริ่มกระบวนการฝากไข่ คุณผู้หญิงควรเตรียมร่างกายของตัวเองให้พร้อมตามเช็กลิสต์ต่าง ๆ ดังนี้

  • นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ อย่างน้อย 8-10 ชั่วโมง
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็น ไข่ขาว เต้าหู้ ปลา เพราะอาหารเหล่านี้เป็นอาหารที่ช่วยเพิ่มการเติบโตของเซลล์ไข่เพศหญิงได้เป็นอย่างดี
  • เลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีน้ำตาลและไขมันสูง
  • เสริมด้วยวิตามินและอาหารเสริมได้บางชนิดตามคำแนะนำของแพทย์
  • งดออกกำลังกายหนัก หรือทำกิจกรรมที่ใช้ร่างกายมากจนเกินไป เพราะอาจส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตของเซลล์ไข่ที่กำลังเติบโตในรังไข่ได้
  • ควบคุมความเครียดและผ่อนคลายร่างกาย ให้ทั้งร่างกายและจิตใจพร้อมสำหรับการฝากไข่

5 ขั้นตอนการฝากไข่

1. พบแพทย์เพื่อเตรียมความพร้อมและวางแผนการรักษา (Preparation)

ขั้นตอนแรกในการเข้ารับการฝากไข่ คือ การวางแผนการรักษา ซึ่งเป็นขั้นตอนที่สำคัญในการเริ่มต้นการรักษา ประกอบกับการทำอัลตราซาวด์เพื่อดูสภาพรังไข่ผู้หญิง และจำนวนไข่ตั้งต้น เพื่อการวิเคราะห์ปัญหาทางการเจริญเติบโตหรือการมีภาวะมีบุตรยาก โดยทีมแพทย์และพยาบาลจะมีการซักประวัติเบื้องต้น ดังนี้

  • การวัดน้ำหนัก/ส่วนสูง
  • การวัดความดันโลหิต
  • ประวัติโรคประจำตัว
  • ประวัติการตั้งครรภ์
  • ประวัติรอบประจำเดือนของผู้หญิง

2. กระบวนการกระตุ้นไข่ (Ovarian Stimulation)

ขั้นตอนที่สองของการฝากไข่ เป็นกระบวนการกระตุ้นไข่โดยใช้ยา โดยหลังจากที่ได้ผลการตรวจสภาพรังไข่ผู้หญิงและฮอร์โมนแล้ว ทีมแพทย์จะมีการคัดกรองโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ จากนั้นจะมีการวินิจฉัยเพื่อกำหนดปริมาณยากระตุ้นไข่รวมถึงระยะเวลาการรับยา ตามความเหมาะสม โดยคุณผู้หญิงสามารถฉีดยากระตุ้นได้ด้วยตนเอง โดย SAFE เรามีผู้ดูแลส่วนตัว ที่คอยดูแลคุณโดยเฉพาะ สามารถสอบถามได้ตลอดเวลาเมื่อเกิดข้อสงสัย

3. ติดตามผลการกระตุ้นไข่เป็นระยะ (Ovulation Induction : OI)

ขั้นตอนต่อมาของการฝากไข่ เป็นการติดตามผล การกระตุ้นไข่เป็นระยะ เพื่อดูการตอบสนองของรังไข่ผู้หญิง โดยระหว่างนี้ แพทย์จะมีการวางแผนการรักษาให้เหมาะสม โดยมีการเพิ่ม หรือลดยาให้เหมาะสมกับการตอบสนองของแต่ละบุคคล ตามการเจริญเติบโตของไข่ หากมีขนาดสมบูรณ์ตามที่แพทย์ต้องการแล้ว จะฉีดยาเพื่อให้เกิดไข่ตกต่อไป

4. การเก็บไข่ (Egg Retrieval)

หลังจากฉีดยาเพื่อให้ไข่ตกเสร็จแล้วประมาณ 36-37 ชั่วโมง ขั้นตอนการเก็บไข่ ใช้เวลา 15 - 30 นาที แพทย์จะใช้ยาสลบอ่อนๆเพื่อลดความไม่สบายตัว ทำการเก็บไข่ผ่านทางช่องคลอด หลังจากนั้นจะนำเซลล์ไข่เพศหญิงใส่ในหลอด เพื่อส่งต่อให้นักวิทยาศาสตร์ เพื่อแช่แข็งในขั้นตอนถัดไป

5. แช่แข็งไข่ (Oocyte Cryopreservation) หรือ (Egg Freezing)

ขั้นตอนสุดท้ายของการฝากไข่ เมื่อนำเซลล์ไข่ของคุณผู้หญิงออกมาแล้ว จะถูกนำมาบรรจุไว้ในหลอดแก้วที่ควบคุมโดยนักวิทยาศาสตร์ โดยจะนำเซลล์ไข่เพศหญิงมาแช่แข็งไข่ในไนโตรเจนเหลวที่มีอุณหภูมิ -196 องศาเซลเซียส โดยการเก็บของ SAFE Fertility Group PCL เราใช้วิธีการแช่แข็งแบบเนื้อแก้ว เพื่อคงสภาพไข่ที่สมบูรณ์ เมื่อผู้ฝากไข่พร้อมที่จะตั้งครรภ์ ก็สามารถนำไข่ที่ถูกแช่แข็งไว้ออกมาละลาย (Thawing) เพื่อใช้ปฏิสนธิกับอสุจิของฝ่ายชายเพื่อให้เกิดการตั้งครรภ์ในอนาคต

อาการที่สามารถเกิดขึ้นได้หลังการเก็บไข่

หลังจากการเก็บไข่เสร็จ คุณผู้หญิงอาจจะมีอาการข้างเคียงเกิดขึ้นได้แล้วแต่บุคคล จะมีอาการอะไรบ้าง มาดูกันด้านล่างนี้ได้เลย

  • อาการแทรกซ้อนจากการเก็บไข่
    เกิดขึ้นจากการทำหัตถการโดยใช้เข็มดูดเซลล์ไข่ออกจากรังไข่ อาจจะทำให้เกิดอาการเลือดออก หรือการติดเชื้อในช่องท้องได้ ซึ่งอาจกระทบต่ออวัยวะสำคัญข้างเคียง เช่น ลำไส้, กระเพาะปัสสาวะ และเส้นเลือด
  • อาการที่เกี่ยวข้องกับการใช้ยาหรือฮอร์โมน
    เกิดขึ้นจากการใช้ยาฮอร์โมนในการกระตุ้นไข่ สามารถทำให้รังไข่บวมหรือภาวะรังไข่ถูกกระตุ้นมากเกินไป โดยอาจจะมีอาการต่างๆดังนี้ เช่น ปวดท้อง, ท้องอืด, อาเจียน, ท้องร่วง และหายใจลำบาก
  • ภาวะทางด้านอารมณ์
    เกิดขึ้นจากที่คุณผู้หญิงที่มีความเครียดสะสมจากการวางแผนการตั้งครรภ์ รวมถึงความวิตกกังวลในการฝากไข่เพื่อตั้งครรภ์ หลังจากเสร็จสิ้นกระบวนการเก็บไข่แล้วก็อาจทำให้เกิดความแปรปรวนทางด้านอารมณ์ได้เช่นกัน

โอกาสตั้งครรภ์ด้วยไข่ที่ฝากไว้มีมากน้อยแค่ไหน?

การฝากไข่ (Egg freezing) เป็นอีกหนึ่งขั้นตอนของการวางแผนตั้งครรภ์ในอนาคตที่คุณผู้หญิงยุคใหม่ให้ความนิยมเป็นอย่างมาก เพราะยิ่งเรามีการฝากไข่ที่อายุน้อยเท่าไหร่ อัตราความสำเร็จของการตั้งครรภ์ก็จะยิ่งมีโอกาสสูงมากขึ้นเท่านั้น

สำหรับคุณผู้หญิงที่อยากมีลูกในอนาคต ไม่มีช่วงเวลาไหนที่เหมาะสมกับการเก็บไข่เท่ากับช่วงเวลานี้ อย่าปล่อยให้เวลาผ่านเลยไป SAFE Fertility Group PCL ขอร่วมเคียงข้างการวางแผนการตั้งครรภ์ของคุณในอนาคต เราพร้อมให้คำปรึกษาโดยแพทย์ผู้มีประสบการณ์ที่มีประสบการณ์ด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์มากกว่า 18 ปี เราใส่ใจทุกรายละเอียดตั้งแต่ขั้นตอนแรกตลอดจนระยะเวลาของการเก็บรักษาไข่ มั่นใจให้เรา SAFE Fertility Group PCL ดูแลคุณ