ประจำเดือนมาไม่ปกติ ไข่ไม่ตก อาจเสี่ยง “มีลูกยาก”
การมีประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอหรือขาดประจำเดือนบ่อย ๆ อาจเป็นเรื่องที่ผู้หญิงบางคนมองข้าม เพราะคิดว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยหรือเกิดจากความเครียด ความอ่อนล้า หรือการเปลี่ยนแปลงของน้ำหนักเพียงชั่วคราว แต่ในความจริงแล้ว "ประจำเดือนที่ไม่ปกติ" อาจเป็นสัญญาณเตือนถึงปัญหาใหญ่ที่ส่งผลต่อสุขภาพระบบสืบพันธุ์ของคุณ และอาจเกี่ยวข้องโดยตรงกับภาวะไข่ไม่ตก ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของการมีลูกยาก
ไข่ไม่ตกคืออะไร?
ในรอบเดือนตามปกติของผู้หญิง รังไข่จะมีการปล่อยไข่ออกมา 1 ฟองในทุก ๆ รอบเดือน เรียกว่า "การตกไข่" (Anovulation) ซึ่งเป็นช่วงเวลาสำคัญสำหรับการตั้งครรภ์ หากไม่มีการตกไข่ หมายความว่าไม่มีไข่ที่พร้อมให้ปฏิสนธิ จึงทำให้โอกาสในการตั้งครรภ์ลดลง หรือไม่สามารถตั้งครรภ์ได้เลย
บางคนอาจไม่มีประจำเดือนเลยในบางเดือน หรือประจำเดือนมาแบบเว้นช่วงนาน ซึ่งสิ่งนี้อาจเกิดจากการที่รังไข่ไม่ตกไข่ตามปกติ และหากเกิดขึ้นต่อเนื่อง อาจนำไปสู่ภาวะมีลูกยากในระยะยาว
สัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม
- ประจำเดือนมาช้า หรือห่างกันเกิน 35 วัน
- ประจำเดือนขาดหายไปมากกว่า 3 เดือนติดต่อกัน
- ประจำเดือนมาถี่เกินไป เช่น ทุก 2 สัปดาห์
- สิวขึ้นมากผิดปกติ ผิวมัน
- ขนดกบริเวณใบหน้า หน้าอก หรือหลัง
- น้ำหนักเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
- มีอาการอารมณ์แปรปรวน เครียด หงุดหงิดง่าย
- พยายามมีบุตรนานเกิน 1 ปี โดยไม่ประสบความสำเร็จ
อาการเหล่านี้ล้วนมีความเกี่ยวข้องกับระบบฮอร์โมนและการทำงานของรังไข่ทั้งสิ้น และเป็นสัญญาณที่ไม่ควรมองข้ามอย่างเด็ดขาด
สาเหตุของภาวะไข่ไม่ตก
- ภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ (PCOS)
เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของภาวะไข่ไม่ตก ผู้หญิงที่มีภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ (PCOS) จะมีระดับฮอร์โมนแอนโดรเจนสูงผิดปกติ ทำให้ไข่ไม่สามารถเจริญเติบโตได้ตามธรรมชาติ และรังไข่อาจมีลักษณะคล้ายถุงน้ำหลายใบจากไข่ที่ไม่ได้ตกค้างอยู่ - ความเครียดเรื้อรัง
ความเครียดเป็นอีกปัญหาหลักที่ส่งผลโดยตรงต่อสมองส่วนไฮโปทาลามัส ซึ่งควบคุมการทำงานของฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับการตกไข่ ทำให้การตกไข่ผิดปกติหรือหยุดลง - น้ำหนักตัวที่ไม่เหมาะสม
ทั้งคนที่ผอมหรืออ้วนเกินไป ฮอร์โมนเอสโตรเจนในร่างกายจะไม่สมดุล ส่งผลต่อการตกไข่โดยตรง - ออกกำลังกายหนักเกินไป
ผู้หญิงที่ออกกำลังกายอย่างหักโหม เช่น นักกีฬาหรือผู้ที่ฝึกฝนเป็นเวลานานต่อเนื่อง อาจเกิดภาวะฮอร์โมนในร่างกายไม่สมดุล ทำให้ไข่ไม่ตกและมีประจำเดือนมาไม่ปกติ - โรคของต่อมไทรอยด์และต่อมใต้สมอง
ต่อมไทรอยด์ผิดปกติ ทั้งภาวะไทรอยด์ทำงานเกิน (Hyperthyroidism) หรือไทรอยด์ทำงานต่ำ (Hypothyroidism) หรือเนื้องอกที่ต่อมใต้สมอง อาจรบกวนการควบคุมรอบเดือน ซึ่งอาจทำให้ไข่ไม่ตก และเสี่ยงภาวะมีลูกยาก - ฮอร์โมนโปรแลคตินหลั่งผิดปกติ
ฮอร์โมนโปรแลคตินมีหน้าที่กระตุ้นการสร้างน้ำนม แต่หากมีระดับฮอร์โมนโปรแลคตินที่สูงผิดปกติ จะส่งผลต่อการยับยั้งการหลั่งของฮอร์โมน FSH และ LH ซึ่งเป็นฮอร์โมนสำคัญที่กระตุ้นการทำงานของรังไข่ ส่งผลให้ฟองไข่ไม่เจริญเติบโต นำไปสู่ภาวะไข่ไม่ตกและมีลูกยากในที่สุด - ปัจจัยอื่น ๆ
นอกจากสาเหตุข้างต้น ยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่ส่งผลต่อภาวะไข่ไม่ตก เช่น การใช้ยาบางชนิด การเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนในวัยใกล้หมดประจำเดือน หรือวิถีชีวิตในปัจจุบันล้วนมีผลต่อการตกไข่เช่นกัน
ผลกระทบระยะยาวของไข่ไม่ตก
ภาวะไข่ไม่ตกไม่เพียงแต่ส่งผลให้มีลูกยากขึ้น แต่ยังอาจนำไปสู่โรคเรื้อรังและปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ได้อีกมากมาย เช่น
- มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก จากการที่เยื่อบุหนาตัวมากผิดปกติและไม่มีการหลุดลอกออกตามรอบเดือน
- โรคเบาหวานชนิดที่ 2 โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่เป็นภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ (PCOS)
- ภาวะดื้ออินซูลิน ที่อาจทำให้เกิดโรคหลอดเลือด โรคหัวใจ และเมตาบอลิกซินโดรม
วิธีตรวจวินิจฉัย
หากคุณมีประจำเดือนมาไม่ปกติหรือสงสัยว่าตนเองอาจมีภาวะไข่ไม่ตก ควรรีบปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์เจริญพันธ์ุ เพื่อตรวจร่างกายและวินิจฉัยโดยละเอียด เช่น
- ตรวจระดับฮอร์โมนในเลือด (LH, FSH, Estradiol, Progesterone)
- ตรวจระดับฮอร์โมนแอนโดรเจน หรือฮอร์โมนเพศชาย
- ตรวจการทำงานของต่อมไทรอยด์และต่อมใต้สมอง
- อัลตราซาวด์ดูลักษณะรังไข่ และโพรงมดลูก
- ตรวจระดับน้ำตาลและอินซูลิน (ในผู้ที่สงสัยว่าเป็น PCOS)
การดูแล รักษาเพื่อเพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์
1. ปรับไลฟ์สไตล์
- ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม ไม่ผอมหรืออ้วนเกินไป
- ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เช่น เดินเร็ว โยคะ พิลาทิส หรือว่ายน้ำ
- หลีกเลี่ยงอาหารหวานจัด มันจัด หรือแป้งขัดสี
- นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอและมีคุณภาพ
- ลดความเครียดด้วยการทำสมาธิ หรือกิจกรรมที่ผ่อนคลาย
2. การรักษาทางการแพทย์
- ใช้ยากระตุ้นการตกไข่ เช่น Clomiphene citrate หรือ Letrozole
- ฉีดยากระตุ้นไข่ หรือปรับสมดุลฮอร์โมน (ในกรณีที่ฮอร์โมนผิดปกติ)
- ใช้เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ เช่น IUI, IVF หรือ ICSI
อย่ามองข้ามสัญญาณจากร่างกายของคุณ
การที่คุณผู้หญิงมีรอบประจำเดือนที่ไม่ปกติ หรือภาวะไข่ไม่ตก อาจดูเหมือนไม่ใช่เรื่องใหญ่ในชีวิตประจำวัน แต่หากปล่อยไว้นานโดยไม่ได้รับการรักษา อาจส่งผลกระทบต่อโอกาสในการตั้งครรภ์ในอนาคต และเป็นสาเหตุของภาวะการมีลูกยาก
หากคุณกำลังวางแผนจะมีลูก หรือสังเกตว่ารอบเดือนของคุณไม่เป็นไปตามปกติ อย่ารอช้า ควรรีบพบแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์เจริญพันธุ์เพื่อตรวจหาสาเหตุ และดูแลสุขภาพเจริญพันธุ์ของคุณอย่างเหมาะสม เพื่อโอกาสที่ดีที่สุดในการตั้งครรภ์ และสร้างครอบครัวที่คุณใฝ่ฝัน
บทความโดย พญ. เพียงไพลิน วรดิถี (คุณหมอแตงโม) (ว.46855)
สูตินรีแพทย์ชำนาญการด้านมีบุตรยาก SAFE Fertility Group สาขาเกษรอัมรินทร์

แหล่งอ้างอิงข้อมูล
- ภาวะมีบุตรยากในฝ่ายหญิง (Female Infertility), https://w1.med.cmu.ac.th/obgyn/lecturestopics/52667/
- ประจำเดือนไม่ปกติ ผมร่วง สิวเยอะ อ้วน เช็คอาการเสี่ยงภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ (PCOS) ภัยเงียบและฝันร้ายของสาวอยากมีลูก, https://www.chula.ac.th/highlight/130554/