28.04.68

ประจำเดือนมาไม่ปกติ ไข่ไม่ตก อาจเสี่ยง “มีลูกยาก”

ประจำเดือนมาไม่ปกติ ไข่ไม่ตก อาจเสี่ยง “มีลูกยาก”

การมีประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอหรือขาดประจำเดือนบ่อย ๆ อาจเป็นเรื่องที่ผู้หญิงบางคนมองข้าม เพราะคิดว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยหรือเกิดจากความเครียด ความอ่อนล้า หรือการเปลี่ยนแปลงของน้ำหนักเพียงชั่วคราว แต่ในความจริงแล้ว "ประจำเดือนที่ไม่ปกติ" อาจเป็นสัญญาณเตือนถึงปัญหาใหญ่ที่ส่งผลต่อสุขภาพระบบสืบพันธุ์ของคุณ และอาจเกี่ยวข้องโดยตรงกับภาวะไข่ไม่ตก ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของการมีลูกยาก

ไข่ไม่ตกคืออะไร?

ในรอบเดือนตามปกติของผู้หญิง รังไข่จะมีการปล่อยไข่ออกมา 1 ฟองในทุก ๆ รอบเดือน เรียกว่า "การตกไข่" (Anovulation) ซึ่งเป็นช่วงเวลาสำคัญสำหรับการตั้งครรภ์ หากไม่มีการตกไข่ หมายความว่าไม่มีไข่ที่พร้อมให้ปฏิสนธิ จึงทำให้โอกาสในการตั้งครรภ์ลดลง หรือไม่สามารถตั้งครรภ์ได้เลย

บางคนอาจไม่มีประจำเดือนเลยในบางเดือน หรือประจำเดือนมาแบบเว้นช่วงนาน ซึ่งสิ่งนี้อาจเกิดจากการที่รังไข่ไม่ตกไข่ตามปกติ และหากเกิดขึ้นต่อเนื่อง อาจนำไปสู่ภาวะมีลูกยากในระยะยาว

สัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม

  • ประจำเดือนมาช้า หรือห่างกันเกิน 35 วัน
  • ประจำเดือนขาดหายไปมากกว่า 3 เดือนติดต่อกัน
  • ประจำเดือนมาถี่เกินไป เช่น ทุก 2 สัปดาห์
  • สิวขึ้นมากผิดปกติ ผิวมัน
  • ขนดกบริเวณใบหน้า หน้าอก หรือหลัง
  • น้ำหนักเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
  • มีอาการอารมณ์แปรปรวน เครียด หงุดหงิดง่าย
  • พยายามมีบุตรนานเกิน 1 ปี โดยไม่ประสบความสำเร็จ

อาการเหล่านี้ล้วนมีความเกี่ยวข้องกับระบบฮอร์โมนและการทำงานของรังไข่ทั้งสิ้น และเป็นสัญญาณที่ไม่ควรมองข้ามอย่างเด็ดขาด

สาเหตุของภาวะไข่ไม่ตก

  1. ภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ (PCOS)
    เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของภาวะไข่ไม่ตก ผู้หญิงที่มีภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ (PCOS) จะมีระดับฮอร์โมนแอนโดรเจนสูงผิดปกติ ทำให้ไข่ไม่สามารถเจริญเติบโตได้ตามธรรมชาติ และรังไข่อาจมีลักษณะคล้ายถุงน้ำหลายใบจากไข่ที่ไม่ได้ตกค้างอยู่
  2. ความเครียดเรื้อรัง
    ความเครียดเป็นอีกปัญหาหลักที่ส่งผลโดยตรงต่อสมองส่วนไฮโปทาลามัส ซึ่งควบคุมการทำงานของฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับการตกไข่ ทำให้การตกไข่ผิดปกติหรือหยุดลง
  3. น้ำหนักตัวที่ไม่เหมาะสม
    ทั้งคนที่ผอมหรืออ้วนเกินไป ฮอร์โมนเอสโตรเจนในร่างกายจะไม่สมดุล ส่งผลต่อการตกไข่โดยตรง
  4. ออกกำลังกายหนักเกินไป
    ผู้หญิงที่ออกกำลังกายอย่างหักโหม เช่น นักกีฬาหรือผู้ที่ฝึกฝนเป็นเวลานานต่อเนื่อง อาจเกิดภาวะฮอร์โมนในร่างกายไม่สมดุล ทำให้ไข่ไม่ตกและมีประจำเดือนมาไม่ปกติ
  5. โรคของต่อมไทรอยด์และต่อมใต้สมอง
    ต่อมไทรอยด์ผิดปกติ ทั้งภาวะไทรอยด์ทำงานเกิน (Hyperthyroidism) หรือไทรอยด์ทำงานต่ำ (Hypothyroidism) หรือเนื้องอกที่ต่อมใต้สมอง อาจรบกวนการควบคุมรอบเดือน ซึ่งอาจทำให้ไข่ไม่ตก และเสี่ยงภาวะมีลูกยาก
  6. ฮอร์โมนโปรแลคตินหลั่งผิดปกติ
    ฮอร์โมนโปรแลคตินมีหน้าที่กระตุ้นการสร้างน้ำนม แต่หากมีระดับฮอร์โมนโปรแลคตินที่สูงผิดปกติ จะส่งผลต่อการยับยั้งการหลั่งของฮอร์โมน FSH และ LH ซึ่งเป็นฮอร์โมนสำคัญที่กระตุ้นการทำงานของรังไข่ ส่งผลให้ฟองไข่ไม่เจริญเติบโต นำไปสู่ภาวะไข่ไม่ตกและมีลูกยากในที่สุด
  7. ปัจจัยอื่น ๆ
    นอกจากสาเหตุข้างต้น ยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่ส่งผลต่อภาวะไข่ไม่ตก เช่น การใช้ยาบางชนิด การเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนในวัยใกล้หมดประจำเดือน หรือวิถีชีวิตในปัจจุบันล้วนมีผลต่อการตกไข่เช่นกัน

ผลกระทบระยะยาวของไข่ไม่ตก

ภาวะไข่ไม่ตกไม่เพียงแต่ส่งผลให้มีลูกยากขึ้น แต่ยังอาจนำไปสู่โรคเรื้อรังและปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ได้อีกมากมาย เช่น

  • มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก จากการที่เยื่อบุหนาตัวมากผิดปกติและไม่มีการหลุดลอกออกตามรอบเดือน
  • โรคเบาหวานชนิดที่ 2 โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่เป็นภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ (PCOS)
  • ภาวะดื้ออินซูลิน ที่อาจทำให้เกิดโรคหลอดเลือด โรคหัวใจ และเมตาบอลิกซินโดรม

วิธีตรวจวินิจฉัย

หากคุณมีประจำเดือนมาไม่ปกติหรือสงสัยว่าตนเองอาจมีภาวะไข่ไม่ตก ควรรีบปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์เจริญพันธ์ุ เพื่อตรวจร่างกายและวินิจฉัยโดยละเอียด เช่น

  • ตรวจระดับฮอร์โมนในเลือด (LH, FSH, Estradiol, Progesterone)
  • ตรวจระดับฮอร์โมนแอนโดรเจน หรือฮอร์โมนเพศชาย
  • ตรวจการทำงานของต่อมไทรอยด์และต่อมใต้สมอง
  • อัลตราซาวด์ดูลักษณะรังไข่ และโพรงมดลูก
  • ตรวจระดับน้ำตาลและอินซูลิน (ในผู้ที่สงสัยว่าเป็น PCOS)

การดูแล รักษาเพื่อเพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์

1. ปรับไลฟ์สไตล์

  • ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม ไม่ผอมหรืออ้วนเกินไป
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เช่น เดินเร็ว โยคะ พิลาทิส หรือว่ายน้ำ
  • หลีกเลี่ยงอาหารหวานจัด มันจัด หรือแป้งขัดสี
  • นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอและมีคุณภาพ
  • ลดความเครียดด้วยการทำสมาธิ หรือกิจกรรมที่ผ่อนคลาย

2. การรักษาทางการแพทย์

  • ใช้ยากระตุ้นการตกไข่ เช่น Clomiphene citrate หรือ Letrozole
  • ฉีดยากระตุ้นไข่ หรือปรับสมดุลฮอร์โมน (ในกรณีที่ฮอร์โมนผิดปกติ)
  • ใช้เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ เช่น IUI, IVF หรือ ICSI

อย่ามองข้ามสัญญาณจากร่างกายของคุณ

การที่คุณผู้หญิงมีรอบประจำเดือนที่ไม่ปกติ หรือภาวะไข่ไม่ตก อาจดูเหมือนไม่ใช่เรื่องใหญ่ในชีวิตประจำวัน แต่หากปล่อยไว้นานโดยไม่ได้รับการรักษา อาจส่งผลกระทบต่อโอกาสในการตั้งครรภ์ในอนาคต และเป็นสาเหตุของภาวะการมีลูกยาก

หากคุณกำลังวางแผนจะมีลูก หรือสังเกตว่ารอบเดือนของคุณไม่เป็นไปตามปกติ อย่ารอช้า ควรรีบพบแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์เจริญพันธุ์เพื่อตรวจหาสาเหตุ และดูแลสุขภาพเจริญพันธุ์ของคุณอย่างเหมาะสม เพื่อโอกาสที่ดีที่สุดในการตั้งครรภ์ และสร้างครอบครัวที่คุณใฝ่ฝัน

บทความโดย พญ. เพียงไพลิน วรดิถี (คุณหมอแตงโม)  (ว.46855)

สูตินรีแพทย์ชำนาญการด้านมีบุตรยาก SAFE Fertility Group สาขาเกษรอัมรินทร์

แหล่งอ้างอิงข้อมูล

  • ภาวะมีบุตรยากในฝ่ายหญิง (Female Infertility), https://w1.med.cmu.ac.th/obgyn/lecturestopics/52667/
  • ประจำเดือนไม่ปกติ ผมร่วง สิวเยอะ อ้วน เช็คอาการเสี่ยงภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ (PCOS) ภัยเงียบและฝันร้ายของสาวอยากมีลูก, https://www.chula.ac.th/highlight/130554/