15.01.69

ตู้เลี้ยงตัวอ่อนระบบปิด “พี่เลี้ยงเบบี๋ตัวอ่อน” เก็บข้อมูลพัฒนาการอย่างใกล้ชิด เพื่อซัปพอร์ตข้อมูลการเลือกตัวอ่อนที่เหมาะสม

ตู้เลี้ยงตัวอ่อนระบบปิด “พี่เลี้ยงเบบี๋ตัวอ่อน” เก็บข้อมูลพัฒนาการอย่างใกล้ชิด เพื่อซัปพอร์ตข้อมูลการเลือกตัวอ่อนที่เหมาะสม

คุณภาพของตัวอ่อน เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่กำหนดโอกาสสำเร็จของกระบวนการทำเด็กหลอดแก้ว (ICSI/IVF) การเริ่มต้นเลี้ยงตัวอ่อนในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมก็เป็นหนึ่งในตัวช่วยสำคัญที่ส่งผลต่อคุณภาพของตัวอ่อน เพราะแม้ขั้นตอนอื่น ๆ ระหว่างการรักษา จะเป็นไปอย่างสมบูรณ์ แต่หากตัวอ่อนไม่แข็งแรงหรือไม่มีศักยภาพเพียงพอ ก็อาจไม่สามารถฝังตัวในร่างกายของคุณแม่ได้สำเร็จ การใช้เทคโนโลยีที่ช่วยเฝ้าดูพัฒนาการของตัวอ่อนอย่างละเอียด จึงกลายเป็นทางเลือกที่ช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ได้

มารู้จักกับ ตู้เพาะเลี้ยงตัวอ่อนระบบปิด (Time-lapse Incubator) ที่จะช่วยเลี้ยงตัวอ่อนในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม พร้อมยังสามารถนำข้อมูลระหว่างการเพาะเลี้ยงตัวอ่อนมาสนับสนุนการเลือกตัวอ่อน (Embryo Selection) ของแพทย์และนักวิทยาศาสตร์เพาะเลี้ยงตัวอ่อน เพื่อเลือกตัวอ่อนที่มีคุณภาพและมีศักยภาพสูงในการฝังตัว เพราะตัวอ่อนคุณภาพดี คือจุดเริ่มต้นของโอกาสสำเร็จในการตั้งครรภ์


Time-lapse incubator เทคโนโลยีตู้เพาะเลี้ยงตัวอ่อนระบบปิดที่จำลองสภาวะธรรมชาติ ในสภาวะที่ "คงที่และไร้การรบกวน"

ความสำเร็จของกระบวนการทำเด็กหลอดแก้วเริ่มต้นจากการเพาะเลี้ยงตัวอ่อนในสภาพแวดล้อมที่ดี เอื้อต่อการเจริญของตัวอ่อนอย่างเหมาะสม โดยตู้เพาะเลี้ยงตัวอ่อนระบบปิด Time-lapse Incubator ได้รับการออกแบบมาเพื่อจำลองให้ใกล้เคียงกับสภาวะธรรมชาติในร่างกายคุณแม่มากที่สุด ทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงที่สำคัญที่พบในระบบเพาะเลี้ยงแบบดั้งเดิม (Conventional Incubation) ซึ่งความแตกต่างจากการเพาะเลี้ยงแบบดั้งเดิมมีอยู่ 2 ปัจจัย คือ

1. ควบคุมสภาพแวดล้อมที่สมบูรณ์

ตู้ระบบปิดนี้มีทำหน้าที่ควบคุมปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อพัฒนาการของตัวอ่อนทั้งหมด เช่น อุณหภูมิ ความชื้น และระดับก๊าซสำคัญ เช่น คาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂) และออกซิเจน (O₂) ให้เหมาะสมให้คงที่ในทุกนาที 24 ชั่วโมง ตลอดระยะเวลาการเลี้ยง

2. หลีกเลี่ยงการรบกวนการเจริญเติบโตของตัวอ่อน

ในระบบดั้งเดิมตัวอ่อนจะต้องถูกนำออกมาจากตู้เพาะเลี้ยงเพื่อติดตาม และประเมินพัฒนาการใต้กล้องจุลทรรศน์เป็นระยะ ๆ ซึ่งเสี่ยงต่อการสัมผัสกับความผันผวนของสภาพแวดล้อม ทำให้ตัวอ่อนเกิดความเครียด แต่การทำงานของตู้เพาะเลี้ยงตัวอ่อนระบบปิด Time-lapse Incubator จะมีการถ่ายภาพจากกล้องที่ติดตั้งภายในโดยอัตโนมัติ ทำให้ตัวอ่อนยังคงอยู่ในสภาวะที่เหมาะสมตลอดเวลา โดยไม่ต้องเปิดตู้หรือถูกเคลื่อนย้าย

การเลี้ยงตัวอ่อนในสภาพแวดล้อมที่ "นิ่ง" และปราศจากการรบกวนนี้ เป็นตัวแปรสำคัญที่ช่วยให้ตัวอ่อนสามารถแสดงศักยภาพในการเติบโตได้อย่างเต็มที่ และลดความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม ช่วยให้มั่นใจขึ้นว่าตัวอ่อนจะได้รับการดูแลภายใต้สภาพแวดล้อมที่เสถียร ซึ่งเป็นการลดความเครียดที่อาจส่งผลเสียต่อการฝังตัวของตัวอ่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ


การติดตามตลอด 24 ชั่วโมงด้วยกล้อง Time-lapse สู่การซัปพอร์ตการเลือกตัวอ่อนของแพทย์และนักวิทยาศาสตร์ เพราะตัวอ่อนมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

สิ่งที่ทำให้ Time-lapse incubator แตกต่างจากระบบเดิม คือ ความต่อเนื่องของข้อมูลที่สามารถบันทึกลำดับที่เกิดเหตุการณ์สำคัญในการแบ่งเซลล์แต่ละครั้ง ซึ่งเป็นหนึ่งในข้อมูลสำคัญในการคัดเลือกตัวอ่อนที่มีศักยภาพ เพราะการที่ตัวอ่อนเจริญเติบโตได้ตามเวลา ในรูปแบบที่เหมาะสม แสดงถึงความสมบูรณ์ของกระบวนการต่าง ๆ ภายในตัวอ่อน และสัมพันธ์กับโอกาสในการฝังตัวของตัวอ่อนที่สูงกว่า เมื่อเทียบกับตัวอ่อนที่แบ่งเซลล์เร็วหรือช้าเกินไป โดยข้อมูลจากตู้เพาะเลี้ยงตัวอ่อนระบบปิด Time-lapse Incubator ที่จะถูกนำไปวิเคราะห์และคัดเลือกตัวอ่อนได้ มีดังนี้

  • ระยะเวลาการแบ่งเซลล์: ระบบจะช่วยระบุเวลาที่ตัวอ่อนมีการแบ่งเซลล์จาก 1 เป็น 2 เซลล์ หรือจาก 2 เป็น 4 เซลล์ ฯลฯ ซึ่งในแต่ละระยะที่ตัวอ่อนเกิดการเปลี่ยนแปลง จะถูกนำมาวิเคราะห์เทียบกับฐานข้อมูลขนาดใหญ่ที่มีและประเมินออกมาเป็นคะแนน ซึ่งสัมพันธ์กับศักยภาพในการฝังตัวของตัวอ่อน
  • การประเมินความผิดปกติ: ตู้เพาะเลี้ยงตัวอ่อน Time-lapse Incubator สามารถบันทึกเหตุการณ์ที่ไม่พึงประสงค์บางอย่าง เช่น การแบ่งตัวที่ไม่เท่ากัน การเกิดเซลล์ที่มีนิวเคลียสหลายอัน (Multi-nucleation) หรือการแตกตัวของเซลล์ (Fragmentation) ซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้มักเป็นตัวบ่งชี้ถึงการทำงานภายในตัวอ่อนที่ไม่สมบูรณ์หรือมีความผิดปกติ เช่น มีพลังงานไม่เพียงพอ หรือสารพันธุกรรมผิดปกติ เป็นต้น

การวิเคราะห์ข้อมูลด้านพัฒนาการของตัวอ่อนตั้งแต่เริ่มปฏิสนธิจนถึงระยะบลาสโตซิสต์ ถือเป็นตัวแปรสำคัญในการจำแนกและคัดเลือกตัวอ่อนที่มีศักยภาพสูงสุดสำหรับการฝังตัว ซึ่งข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้จะช่วยเพิ่มความมั่นใจในการเลือกตัวอ่อน โดยจากข้อมูลทางการแพทย์หลายงานวิจัย พบว่า การใช้ตู้เพาะเลี้ยงตัวอ่อนระบบปิด Time-lapse Incubator สามารถเพิ่มอัตราการฝังตัวของตัวอ่อนได้มากกว่าการเลี้ยงแบบเดิม เพราะแพทย์และนักวิทยาศาสตร์สามารถวิเคราะห์และจัดลำดับความเหมาะสมของตัวอ่อนได้อย่างมีหลักเกณฑ์และมีข้อมูลสนับสนุนที่มากขึ้น ทำให้กระบวนการคัดเลือกตัวอ่อนมีความแม่นยำ ลดโอกาสในการเลือกตัวอ่อนที่มีความผิดปกติ และช่วยเพิ่มอัตราการตั้งครรภ์ในรอบการรักษาให้สำเร็จได้ดียิ่งขึ้น


Time-lapse Incubator เหมาะสำหรับใคร?

แม้ว่าเทคโนโลยีนี้จะเป็นประโยชน์กับทุกคนที่อยู่ในกระบวนการทำเด็กหลอดแก้ว (IVF/ICSI) เพราะช่วยเพิ่มความมั่นใจในการคัดเลือกตัวอ่อน และช่วยเพิ่มโอกาสในการฝังตัวของตัวอ่อน แต่กลุ่มคนไข้ที่แพทย์มักแนะนำเป็นพิเศษ

1. กลุ่มคู่สมรสที่เคยประสบความล้มเหลวในการฝังตัวของตัวอ่อน

ในกรณีที่เคยใส่ตัวอ่อนรอบก่อนหน้าแล้วไม่ติด (Repeated Implantation Failure) หรือตัวอ่อนหยุดการพัฒนาในห้องแล็บโดยไม่ทราบสาเหตุ การใช้ตู้เพาะเลี้ยงตัวอ่อนระบบปิด Time-lapse Incubator จะช่วยให้นักวิทยาศาสตร์เพาะเลี้ยงตัวอ่อน (Embryologist) เห็นความผิดปกติในการแบ่งเซลล์ที่การตรวจแบบปกติมองไม่เห็น

2. กลุ่มคู่สมรสที่มีจำนวนไข่หรือตัวอ่อนน้อย

กรณีมีตัวอ่อนเพียง 1-2 ตัว การใช้ตู้เพาะเลี้ยงตัวอ่อนระบบปิด Time-lapse Incubator จะช่วยลดความเครียดของตัวอ่อน (Stress) ได้มากขึ้น ส่งเสริมให้ตัวอ่อนเจริญได้เต็มศักยภาพ เพราะไม่ต้องเปิดตู้เพื่อนำตัวอ่อนออกมาตรวจใต้กล้อง ทำให้สภาวะแวดล้อม ทั้งอุณหภูมิ และก๊าซต่างๆ คงที่อยู่ตลอดเวลา

3. กลุ่มที่ต้องการคัดเลือกตัวอ่อนที่ดีที่สุด (Best Selection) ในกรณีที่มีตัวอ่อนจำนวนมาก และต้องการจัดเรียงลำดับของตัวอ่อน

ในกรณีที่มีตัวอ่อนหลายตัว ระบบ AI และอัลกอริทึม ในตู้เพาะเลี้ยงตัวอ่อนระบบปิด Time-lapse Incubator จะช่วยวิเคราะห์ว่าตัวอ่อนตัวไหนมีพัฒนาการที่ดี มีศักยภาพสูงสุดในการฝังตัว โดยประเมินจากลำดับและเวลาในการแบ่งเซลล์ที่แม่นยำ เทียบกับฐานข้อมูลขนาดใหญ่จากทั่วโลก ให้ออกมาเป็นคะแนนเพื่อเรียงลำดับตัวอ่อนได้

4. กลุ่มที่กังวลเรื่องความผิดปกติทางโครโมโซม

แม้การดูผ่านกล้องจะไม่สามารถทดแทนการตรวจโครโมโซม (PGT-A) ได้ 100% แต่ข้อมูลจากตู้เพาะเลี้ยงตัวอ่อนระบบปิด Time-lapse Incubator สามารถบ่งชี้สัญญาณเตือนบางอย่างได้ เช่น ตัวอ่อนที่มีลักษณะการแบ่งเซลล์ผิดจังหวะ รวมถึงการเจริญเติบโตที่ช้าหรือเร็วเกินไป ซึ่งมักสัมพันธ์กับความผิดปกติทางพันธุกรรมที่สูงกว่าปกติ

5. ว่าที่คุณพ่อคุณแม่ที่อยากเห็นพัฒนาการของลูกตั้งแต่ระยะที่เป็นตัวอ่อน

เทคโนโลยีนี้ช่วยให้คุณได้เห็น "วิดีโอ" ตั้งแต่เซลล์แรกเริ่มจนถึงระยะบลาสต์โตซิส (Blastocyst) ซึ่งเป็นคุณค่าทางจิตใจและช่วยให้เข้าใจกระบวนการเจริญเติบโตของลูกน้อยได้มากขึ้น

6. กลุ่มคนไข้ที่มีประวัติไม่ได้ตัวอ่อนระยะ Blastocyst จากการใช้ Incubator แบบเดิม

นอกจากจะช่วยส่งเสริมสภาพแวดล้อมของการเลี้ยงตัวอ่อนให้มีความเสถียรและเหมาะสมมากยิ่งขึ้นแล้ว ยังช่วยให้นักวิทยาศาสตร์เข้าใจพฤติกรรมของตัวอ่อนตลอดระยะเวลาในการเลี้ยงตัวอ่อนได้ รวมถึงช่วยให้แพทย์สามารถอธิบายกับคนไข้ได้เข้าใจตรงกันมากขึ้น และสามารถนำข้อมูลเหล่านี้ไปประเมินเพื่อปรับการรักษาในรอบถัดไปได้ด้วย

SAFE Fertility Clinic เราเข้าใจถึงความสำคัญของทุกขั้นตอนในการทำเด็กหลอดแก้ว เราจึงให้ความสำคัญกับการใช้ตู้เพาะเลี้ยงตัวอ่อนระบบปิด Time-lapse Incubator ซึ่งเป็นเทคโนโลยีมาตรฐานระดับสากล เพื่อให้มั่นใจว่าตัวอ่อนของคุณจะได้รับการดูแลในสภาวะที่ดีที่สุด และถูกคัดเลือกด้วยข้อมูลที่ละเอียด ทีมแพทย์และนักวิทยาศาสตร์เพาะเลี้ยงตัวอ่อนของเราใช้ข้อมูลเชิงลึกจาก Time-lapse Incubator ในการเลือกตัวอ่อนที่มีศักยภาพอย่างพิถีพิถัน เพื่อเพิ่มโอกาสในการฝังตัวของตัวอ่อนที่สำเร็จ

Reference